19-20.11.58 ถึงที่หมาย โอะฮาโย โกไซอิมัส

ความสุขของการเดินทางท่องเที่ยว คงเป็นก่อนการเดินทาง ที่เราต่างวางแผนแรมปี  เฝ้าตื่นเต้นรอคอยจนถึงวันเดินทาง และระหว่างทางที่เราไปนั่นเอง..

เรามาตามนัดหมายเช่นเคย ก่อนบ่ายกว่าๆ เริ่มบินบ่ายสามโมงเย็น เดินทางมาประมาณ 5 ชั่วโมงจากสนามบินดอนเมือง ถึงสนามบินนานาชาติคันไซ ตื่นเต้นไม่หลับไม่นอนเลย

โทษทีต้องขอลงภาพแบบนี้อาจทำให้เพื่อนร่วมทริปอับอาย หรือยังไงกันเป็นประสบกราณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตที่ได้นอนสนามบินคันไซ บอกเลยสะอาดสบาย ปลอดภัยสุดๆ คืนนี้เราพักผ่อนนอนสนามบิน ก็สะดวกสบายระดับนึง มี WiFi น้ำ ไฟ แอร์ ฟรีหมด ฮาได้อีก พวกเราไม่ต้องเสียเวลาออกจากสนามบิน เมือมาถึงเพื่อไปตระเวนหาที่พักให้เสียเวลา รอให้รุ่งเช้าค่อยออกเดินทางซื้อตั๋วรถไฟต่อไปที่ Kyoto

 

เข้าเช็คอินที่พัก จนถึงรุ่งเช้าเก็บกระเป๋าตั้งขบวนเกาะกันเดินไปซื้อตั๋วรถไฟ ตื่นเต้นกันมากอยากออกไปสูดอากาศข้างนอกแล้ว มันหนาวเย็นพอสมควรนะ เราซื้อ ตั๋วรถไฟด่วน JR จากสนามบินคันไซไปเพื่อไปลงที่สถานีรถไฟโอซาก้าไปสุดที่สถานีรถไฟเกียวโต ขึ้นไปในขบวนยังว่างๆ เรา 18 คน นั่งเกือบเต็มโบกี้ ตอนท้าย รีบโพสถ่ายภาพกันก่อนที่คนญี่ปุ่นจะขึ้นกันมาเดี่ยวจะตกใจ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 90 นาทีถึง Kyoto

ผู้คนเยอะมากต่างคนต่างไปทำงานเดิน ทางกันอย่างรวดเร็ว วิ่งๆ เดินๆ ต้องคอยหลบ พวกเรายิ่งแย่กระเป๋าใบใหญ่สัมภาระหนักๆ กว่าจะหาทางออกจากสถานีเจอ วุ่นวายพอสมควร ต้องหาเหยื่อถาม จนได้หนุ่มน้อยญุ่ปุ่นน่าตาน่ารัก มีน้ำใจที่จะบอกทางเราแถมให้ใช้มือถือฟรีเพื่อถามทางขึ้นไปที่พัก โชคดีทริปนี้มีแต่คนเก่งๆ ภาษากันทั้งนั้น มีแต่คนญุ่ป่นแหละที่ภาษาอังกฤษไม่แข็งแรง 555 รัวภาษาญุปุ่นใส่เรางงเลย

ที่พักเราซึ่งอยู่ห่างจากสถานีรถไฟเกียวโตแค่ 5 นาที สะดวกเลยชื่อ Piece Hostel Kyoto ที่นี่ราคาประหยัดถือว่าไม่แพงมาก เห็นใบประกาศว่าได้รางวัลด้านดีไซน์จากเวทีใหญ่ระดับโลกอย่าง Good Design Award 2013 พวกเราพักแบบ ห้องรวม เราขอเรียกว่าหมู่บ้าน OTOP แสนสำราญ จริงๆ นะ มีเตียง 2 ชั้น ปลั๊กเสียบไฟ+USB ไวไฟแรง โคมไฟนอนอ่านหนังสือ ชั้นวางของเล็กๆบนหัว ออกแบบได้ดีมาก หมอนนุ่มๆและผ้าห่มสะอาด ห้องน้ำสะอาดทันสมัย และห้องแต่งตัวแยกกัน มีมื้อเช้ามี Breakfast แบบบุฟเฟต์ฟรี ถือว่าเป็นโฮสเทล 5 ดาวเลยล่ะ มันยอดมากที่เราได้นอนที่นี่ถึง 3 คืน ถึงที่พักเช็คอินเข้าแล้วเก็บของรีบออกเที่ยวสถานที่แรกกันเลย มุ่งหน้าเดินกลับไปยังสถานีเพื่อนั่งรถไฟไปยัง

สวนป่าไผ่ Bamboo Groves คนเยอะมากๆเลย ไม่สามารถเก็บภาพมุมสวยๆ แบบที่เคยเห็นใน Photo stock ได้เลย ต้องเดินไหลๆ กันไปตามถนนไปถึงศาลเจ้า ใบไม้แดงตามทางสวยงาม แต่ปีนี้เค้าว่าอากาศยังไม่หนาวมากทำให้ใบไม้แดงไม่เยอะ จุดที่เป็นสะพานข้ามจันทร์ เป็นลำธารน้ำใสมีล่องเรือแสนจะโรแมนติค และไปต่อกันที่วัดทอง


โอ้โหคนล้นหลาม พระอาทิตย์กำลังจะตก กว่าเราจะมาถึง เดินเลยไปขึ้นรถเมล์ ผิดจุดทำให้เสียเวลาไปนิดนึง
ที่วัดทอง ทองจริงๆ อยู่กลางน้ำ หรือเรียกว่าวัดคินคะคุจิ เป็นวัดเก่าแก่ของเมืองเกียวโต มีตำนานเกี่ยวกับการ์ตูนเรื่องอิกคิวซัง ที่พักของโชกุนแต่ประชาชนญี่ปุ่นและนักเรียน มาเที่ยวกันเต็มพื้นที่ต้องชะโงกยื่นกล้องไปเพื่อแย่งกันเก็บภาพวัดทอง ยิ่งเย็นคนยิ่งเยอะไม่ลดน้อยเลย รีบเก็บภาพแสงสุดท้าย สีทองของตัววัดสะท้อนลงน้ำใส

ราวกับกระจกสวยงามดูขลังมาก กลับที่พักด้วยความเพลีย ก็เมือคืนที่เดินทางมาอย่างทีบอก หลับกันไม่เต็มที่
คืนนี้เลยหลับกันเป็นตาย หลังจากมื้ออาหารสุดท้ายแวะที่ร้านเล็กๆแบบครอบครัวญี่ปุ่น

แต่กว่าจะสั่งอาหารได้นี่คุณป้าแกนี่นับบิลนับจำนวนอาหารที่สั่งก่อนเลย รอบคอบมีวินัยอะไรก็ไม่ปานสไตล์เจแปน พวกเรานี่ก็หิวแบบสุดๆ เมนูไม่มี ต้องเดินไปชี้ๆ หน้าร้านตู้กระจกเพื่อสั่งอาหารที่ไม่รู้ว่าชื่ออะไรเขียนเป็นภาษาญี่ปุ่นหมด นั่งรอดีที่แกทำไม่นาน ฟาดเรียบด้วยความหิวอาหารใช้ได้ กลับที่พักจริงๆ หลับเป็นตาย ราตรีสวัสดิ์ พรุ่งนี้ไปเที่ยวต่อ..