2.1.2015 มุ่งสู่เมืองโกลกัตตา ช่างโกลาหลจริง

เวลา 13.00 น. เครื่องบินลงจอดสนามบินอย่างตรงต่อเวลา 1 ชั่วโมงพอดีเลย ไม่ทันได้หลับตาก็ถึงแล้วเมืองโกลกัตตา เมืองหลวงของรัฐเบงกอลตะวันตก พวกเรารีบเดินผ่าน ด่านตรวจคนเข้าเมืองมารับกระเป๋ากันอย่างสบายใจ เดินออกมาก็เจอคนขับรถมารอรับเราไปโรงแรม รถแล่นผ่านออกจากสนามบินไปไกลพอสมควรกว่าจะถึงโรงแรมคิดว่าใกล้ๆกันซะอีก

Taxi india ยี่ห้อแอมบาสเดอร์ ราชาแห่งท้องถนน

เริ่มได้ยินเสียงแตรตามปกติมารยาทของอินเดียอีกแล้ว ผ่านอาคารตึกเก่าๆ ที่เป็นสถาปัตยกรรมนี้แบบโคโลเนียลยุโรปสวยงามมาก สมัยล่าอาณานิคมของอังกฤษ และขับผ่านไปย่านตรอกซอกซอยชุมชนต่างๆ อันนี้ไม่สวยงามค่อนข้างรกๆ แออัด บางจุดมีคนอาบน้ำร่วมกันที่ก๊อกสาธารณะกระมัง ชิลสุดๆ เลย กินง่าย อยู่ง่าย อึง่าย อึ่ย นี่แขกแท้ๆ ไม่นานก็ผ่านสถานที่แปลกๆ ตามาจนถึงโรงแรมที่พัก

ฝนก็เริ่มโปรยนิดๆ ทริปนี้คุ้มจริงเที่ยว 3 ฤดูเลยนั่นเช็คเข้าห้องกันอย่างสบายๆ ห้องพักมีแอร์พัดลมแล้วแต่จะเปิดได้ มีตู้เย็นด้วยวุ้ย ที่สำคัญมีบริการ wifi ถึงเตียงนอนทุกคนจะได้ติดต่อ     สือสารกันอย่างเต็มอิ่มหลับคามือถือไปเลยล่ะ
เย็นๆ เราเดินออกมาแหล่งที่เป็น New Market เดินหาอาหารมื้อเย็น หิวมาก เดินเล่นช็อปปิ้ง วันนี้เป็นอีกวันที่เป็นปีใหม่คนค่อนข้างเยอะมากๆเลย คงหยุดพักผ่อนกันเหมือนเรา จะไปกิน kfc ซะหน่อย แต่คนเต็มแน่นร้านเลย ต้องเลือกร้านข้างๆ ที่เป็นร้านอาหารตามสั่ง แต่ดูดีสะอาดดีมีทีนั่งก็ดีใจล่ะ สั่งกันหลายอย่างๆ ด้วยความหิว แล้วก็ออกเดินดูของที่นี่เป็นตลาดคล้ายๆตลาดนัดเปิดท้ายขายของบ้านเรา ก็ไม่ได้ถูกใจอะไรมากมาย เดินจนเบื่อเหนื่อยกันแล้วกลับโรงแรมนอนดีกว่าพรุ่งนี้ค่อยไปเที่ยวต่ออีก 1 วัน ตืนเช้าเก็บสัมภาระ เดินถ่ายรูปเล่น เมือคืนเกือบไม่มีรถให้นำเที่ยวแล้ว แต่ก็ตกลงกันพอได้ แต่ไงก็ไม่ได้ดั่งใจ

คนทีจะพาเราเป็่นแขกแบบหัวโบราณ ไม่ค่อยมีใจบริการ ที่ไหนไม่มีทีจอดรถ ก็ไม่ยอมไปให้เรา คิดว่าต้องเสียค่าจอด แล้วยังสือสารกันไม่รู้เรื่องแกพูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลย เริ่มไม่สนุกแล้วแแต่ก็ยังอยากไปหลายๆ ที่ๆ เราทำโปรแกรมมาอยู่ดี ไปมาได้เทียวไม่กี่ที่ หลักๆ ก็ไป สะพานฮาว์ร่าห์ เป็นสะพาน

ข้ามแม่น้ำ ฮูคลี่ที่กว้างใหญ่อันดับ 3 ของโลก เชื่อมระหว่างเมืองโกลกาตาและเมืองฮาวร่า ที่ใต้สะพาน Howrah bridge มีคนมากมายเดินกันวุ่นไปหมด บ้างก็แบกดอกไม้ไว้บนหัว บ้างก็แขวนคล้องพวงมาลัยดอกไม้บนคอเต็มไปหมด ก็ที่นี่คล้ายปากคลองตลาดบ้านเราต่างที่มีแต่ผู้ชายทั้งนั้นที่ขายดอกไม้ ร้อยดอกไม้เอง

ไปต่อที่ วัดเจ้าแม่กาลี คนเยอะมากเข้าแถวยาวเหยียดเพื่อเคารพกราบไหว้ จบทริปวันนี้ด้วยความเบื่อคนขับอินเดียแก่ๆ ที่ท่าทางดุดันไม่เป็นมิตรแต่อาจเพราะการสื่อสารที่ไม่เข้าใจกัน ก็ช่างเขาเราขอไปอยู่ในห้างสรรพสินค้า เดินเล่นหาอะไรทาน และเลือกดูสินค้าจนห้างปิด เราก็ไปขึ้นเครื่องกลับที่สนามบินดีกว่า

อินเดียก็อย่างที่เคยเล่ามาแต่ต้น มันมีหลายวัฒนธรรม เชื้อชาติ คนก็มาก ควบคุมอะไรไม่ได้ดั่งใจ เขาว่ากันว่าที่อินเดีย ชอบทำสกปรก ทิ้งขยะรกๆ ตามท้องถนน ก็เพราะต้องการประชดคนอังกฤษ ที่เป็นผู้ดีสะอาดๆ มายึดบ้านเมืองเขาเป็นเวลาหลายร้อยปี คือเขาอยากได้บ้านเมืองเขาคืน ก็เลยถ่มน้ำลาย ปัสสาวะหนักเบาตามถนน ท่านผู้ดีจะได้หอบเสื่อกลับประเทศไป

คนอินเดียทำมากจนติดเป็นนิสัยมาชั่วลูกหลานยาวนานเลยนี่แต่ไงก็แล้วแต่ สิ่งต่างๆ บนโลกใบนี้ถ้าเราได้แต่ได้ยิน ได้ฟังเขาบอกต่อๆ กันมา แต่ถ้าตัวเองยังไม่เคยได้ไปสัมผัสสักครั้งในชีวิต มันก็ยากที่จะเข้าใจ มันขึ้นอยู่กับมุมมองของเราเองที่มีต่อสิ่งต่างๆ บนโลกใบนี้ ที่ไหนๆ ก็ไม่ดีถ้าเรามองว่าไม่ดี ที่ไหนๆ ก็มีแต่ความสุขแม้จะมาพร้อมความยากลำบาก

ถ้าเรามองโลกดีๆ แต่ไม่ได้หมายความว่าให้มองดีไปหมดนะ แต่เราควรจะมองทั้งดีและร้ายไปพร้อมๆ กันเลือกเอาเองแล้วแต่สถานกราณ์ว่าตอนไหนควรมองดี ตอนไหนต้องมองว่าร้าย แล้วมันก็จะพัดผ่านพ้นไปเอง ขอบคุณเพื่อนพ้องที่เดินทาง ร่วมชะตาแห่งความสุขมาด้วยกันหลายวัน เชื่อว่ากลับมาก็ยังคิดถึงกันคิดถึงวันที่อยู่กันมานั่งนอนในรถหลายชั่วโมง มื้อเช้าสายบ่ายค่ำกับน้ำพริกรสเผ็ดที่พกกันมากินกะไข่ต้มไข่เจียวกันตาย และฉันยังคิดถึงหัวใจที่เต้นแรงๆรัวๆ บนเขาทะเลสาป ไม่ใช่ตื่นเต้นว่าวิวมันดี นางแบบมันสวยนะ แต่เพราะว่ามันจะขาดใจกับอาการแพ้ความสูงนั่นเอง นมัสเต


 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *