21.11.59 ตรอกฮิกาชิยาม่า

กล่องความทรงจำของการเดินทาง มีทั้งสุขและทุกข์
แต่เราเลือกได้ว่าจะบันทึกสิ่งใดลงไปในกล่องความทรงจำของเราเอง..

ตื่นเช้าหน้ายังสดใสได้อยู่ ไม่มีใครยอมใครนะเนี่ย ต้องละมือจากช้อนส้อม

วันนี้ตื่นตี 5.00 ถ้านับเวลาไทย ก็เป็นตี 3 และกำลังหลับฝันหวาน เวลาจะเร็วกว่าไทยเรา 2 ชั่วโมงแต่ทำไงได้เราต้องทำเวลาให้คุ้มค่า และคิดว่าคงได้นอนกันเต็มที่แล้ว สดชื่นเลย ต่างรีบอาบน้ำแต่งตัว อากาศข้างนอกหนาวเย็นลมพัดสบายๆ รีบอุ่นอาหาร ที่นี่จัดว่าบริการดีเยี่ยม เตรียมกาแฟจัดไว้ให้บริการตัวเอง พร้อมขนมปังเบเกอรี่อย่างดีให้เราได้ทานมื้อเช้า แต่ต้องล้างแก้วล้างจานเองก็งานถนัดอยู่แล้วสาวๆ เราล้างจานเก่งกันทุกคน

ขนมปังเนื้อนุ่มหนา ชอบมาก ทานได้ไม่อั้น

ก่อนออกไปเที่ยวเราถ่ายภาพหน้าตึกที่พักเล่นกันนิดนึง คนละภาพสองภาพ ตัวอาคารสีขาวออกแบบดีไซน์ได้ลงตัวจัดเป็น Boutique Hostel มีบริการให้เช่าจักรยานด้วย คอนเซปต์ที่อ่านมาเขาบอกว่าแสดงถึงเป็นกล่องชิ้นส่วนความทรงจำในการเดินทางของคุณ ไอเดียยอดเยี่ยมมาก

มุมผักผ่อนมีหนังสือดีๆ หลายประเภท ให้อ่านพร้อมคอมพิวเตอร์

ออกเดินข้ามถนนตรงไปที่สถานีเพื่อไปขึ้นรถบัสที่ห่างจาก hostel ไปประมาณ 5 นาที เดินกันไปถามทางกันไป อาจมีหลงบ้างแต่ก็สนุกดี จนเจอสถานีพวกเรารีบเข้าแถวขึ้นรถตามระเบียบวินัยที่เคร่งครัดของญี่ปุ่น และพวกเรา 18 คนนี่มันยาวจริงๆ

วันนี้จะเที่ยวสองโซน เริ่มที่ย่านตรอกฮิกาชิยาม่า Higashiyama เป็นแหล่งเดินเล่นละลายเงินเยนอีกแห่ง ทางเดินจะเป็นเนินสองข้างทางเป็นร้านค้า ประมาณว่าบ้านเรือนในตรอกนี้ได้ปรับเปลี่ยนเป็นร้านค้าขายของ ขนมพื้นเมือง งานเซรามิกที่เพ้นท์ลาย แต่ยังคงความเก่าแก่คลาสิคสไตล์ญี่ปุ่น โบราณมี ความเป็นเอกลักษ์ของเกียวโตในสมัยก่อน

เดินๆไป เจอร้านกาแฟถูกใจ ที่ขาดไม่ได้ ไม่ได้แต่งร้านเก่าแก่นะแต่ทันสมัย ชื่อร้าน % ARABICA Kyoto บาริสต้า ร้านนี้ได้รางวัลระดับโลกด้วย เห็นป้ายที่ติดอยู่ แถมยังเท่ห์แซบ สังเกตได้จากเพื่อนร่วมทริปของเราไปยืนออมองเครื่องชงกาแฟ ก็ไม่ใช่นะสายตาละลาย ไปพร้อมกับกาแฟก็ไม่ปาน รสชาติกาแฟนุ่มหอมดีจริงๆ สมแล้วที่ได้รางวัล

ออกจากร้านเดินต่อขึ้นไปถนนแคบที่เป็นเนินสลับพื้นราบ เดินจนเข้าไปในตรอกลึก ผู้คนต่างก็เริ่มทะยอยเข้ามาเที่ยวเยอะจริงๆ ไม่มีวันไหน ที่ไหนๆ คนน้อยๆ เลย ทั้งนักเรียนญี่ปุ่น นักท่องเที่ยวต่างมากันเรื่อยๆ เราต้องแยกย้ายกันเดินไป ตามชอบ แล้วกลับมาเจอกันจุดนัดพบเหมือนเดิม

ไปต่อกันที่วัดคิโยมิสึ หรือวัดน้ำใส นักท่องเที่ยวเยอะอีก แถมมีกลุ่มนักเรียนน่าจะเกือบร้อยคนมาเที่ยว อีกเต็มพื้นที่ไปหมดเพื่อรอถ่ายภาพหมู่กัน เจดีย์ 3 ชั้น ภายในวัดคิโยมิซึสีสดมากเดินถ่ายภาพจนพอใจแล้วเดินทางไปต่อ เพื่อไปนั่งรถบัสไปยังวัดโทฟุคุจิ

แต่มีเรื่องเล่า ที่นี่คนญี่ปุ่นจะมีระเบียบวินัย ในการเข้าคิวเข้าแถวก็เคยได้ยินมานานแต่ไม่ เคยมาสัมผัสด้วยตัวเอง ณ ที่ป้ายรถเมล์ เราคนไทยก็ต้องทำตามนิยม ก็เข้าแถวเรียงยาว 18 คน พอรถมาพวกเราก็ขึ้นรถกันไปแต่ไหงมีสาวๆ อีก 4 ท่าน อิๆ คงมัวยืนเม้าท์ยืนคุยกันเพลินไปหน่อย ทำให้ไม่สามารถขึ้นรถบัสคันเดียวกันได้คือมองไม่เห็นว่ารถมา แม้รถจะยังไม่เคลื่อนแต่คนขับ ปิดประตูแล้ว จะเรียกร้องอย่างไรก็ไม่เปิดง่ายๆ ไม่เหมือนบ้านเรา โชคดีไปที่ขึ้นต่อเดียว แล้วเรายังมี WiFi ก็เป็นเรื่องขำๆ นิดๆ กับประสบกราณ์ทริปนี้ คนเยอะเกินกว่าทุกครั้ง เราต้องเกาะกันไว้ห้ามพลัดหลงกันนะ

ยังยิ้มได้ ก็ไม่ได้พลัดหลงคนเดียวซะหน่อยเน้อ

วัดโทฟุคุจิเป็นสถานที่ จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น คนล้นหลามก็พยายาม เก็บภาพให้ได้มุมดีที่สุด

ยังไม่หมดทริปวันนี้ปิดท้ายด้วย ศาลเจ้าฟูชิมิ อินาริ หรือ ศาลเจ้าพ่อจิ้งจอกขาว สร้างขึ้นเพื่อถวายให้แด่เทพเจ้าแห่งการกสิกรรม เชื่อว่าสุนัขจิ้งจอก เป็นสัตว์นำสาส์นของเทพเจ้าอินาริ เพื่อให้พื้นที่นี้มีน้ำอุดมสมบูรณ์ ได้ผลผลิตดีมีคุณภาพ

และที่โดดเด่นยังมีเสาโทริอิสีแดงส้ม เป็นพัน ๆ หมื่นๆ ต้น  ที่ตั้งเรียงรายติดๆ กัน กลายเป็นอุโมงค์เสาโทริอิที่ยาวถึง 4 ก.ม แสงอาทิตย์กำลังหมดไป แต่ยังถ่ายรูปได้อีกนิด ไม่ได้ถือขาตั้งกล้องมาต้องใช้วางบนพื้นถ่ายอย่างมือเบาที่สุด

ก่อนเข้าไปไหว้ศาลให้ใช้กระบวยตักน้ำล้างมือกันก่อน

ยิ่งเย็นยิ่งเริ่มหนาวและหิวได้อีก กลับที่พักกันมืดค่ำ วันนี้ห้องพักรวมหมู่บ้าน otop สำราญของเราคึกคัก

แม้จะเหน็ดเหนื่อยแต่ทุกคนก็ยังหัวเราะเสียงดังลั่น รีบรื้อเอาของที่ช็อปปิ้งเดินกันขาลากขาเมื่อย ออกมาอวดสรรพคุณกัน พักรวมก็สนุกดีเน้อ ทีแรกยังคิดเลยว่ามันไม่ส่วนตัวหรือเปล่า ไม่เคยนอนรวมเยอะขนาดนี้ แต่เรื่องจริงสนุกมากๆ แค่เหนื่อยง่วงก็ปีนขึ้นเตียงใครเตียง มันรูดม่านปิดประตูผ้า เปิดเล่น Wifi กันไปตามอัธยาศัยที่สบายใจ ฝันดีพรุ่งนี้ยังไปเที่ยวต่ออีกเยอะ