31.12.2014 ดูแสงแรก คันเชงจุงก้า

ขณะนี้เวลาตี 2.00 น. กว่าๆ เท่าไหร่ไม่รู้ตาจะลืมไม่ขึ้น งัวเงียปิดเสียงปลุกจากมือถือที่ตั้งเวลาไว้เพื่อตื่นมาตามนัด คนขับมีนุส นัดเราเมือคืนที่ผ่านมาว่า 3 am พวกเรายังต้องย้อนถามไปใหม่แบบต่อรองเป็น 8 am ได้มั้ย มันเช้าเหลือเกิน จากที่ประสบกราณ์เคยตื่นมาชมมาถ่ายพระอาทิตย์ขึ้นที่เมืองไทย ว่าเช้าแล้วนะ อันนี้เรียกว่าแทบไม่ได้นอนกัน ต้องจำยอมลุกจากเตียงแปรงฟันล้างหน้าก็พอแล้ว รีบแบกกระเป๋ากล้องขาตั้งกล้องยืนโงนเงนๆ ก็ยังอาลัยอาวรณ์กับที่นอนอยู่

แต่คิดไว้ว่าเรามาเที่ยวนะ ไม่ได้มานอน จะพลาดในการนี้ไม่ได้ ทุกคนลงมาพร้อมที่ lobby ตี 3 ตามเวลานัดแต่คนขับรถมาช้าซะแล้ว ก็ไม่ว่ากัน เข้าใจดี หรือว่าเขาอาจกลัวเราช้าเลยเลทๆ หน่อย แต่ก็ปาไปเกือบตี 4 ถึงมารีบขึ้นรถ จากที่นี่ใช้เวลาไป ที่จุดชมวิวไทเกอร์ฮิลล์ Tiger Hill ประมาณ 10 km เราต้องไปเร็วๆ เพราะจะมีคนมาชมกันเยอะแน่นอน ไหนจะประชาชนคนอินดียอีกมาก เมือถึงจุดที่ทางเข้าคนขับลงไปซื้อตั๋วให้เราผ่านประตูเข้าไปรถจอดอยู่หลายคันและเริ่มทะยอยมาเต็มพื้นที่ เปิดประตูรถออกไปอากาศหนาวเย็นมาๆ ลมก็แรง บนท้องฟ้ามืดๆ ยังมองไม่เห็นภูเขา แต่ดาวสวยมากๆ เรารีบยื่นบัตรเดินกันขึ้นไปบนอาคารสูง เขาสร้างไว้ให้นักท่องเทียวที่เสียเงินไปนั่งชม ข้างบนมีเก้าอี้วางเรียงๆ เป็นแถว โชคดีไปก่อนเลือกหน้าสุดนั่งเรียงๆ กันเลย ไม่นานประชาชนคนอินเดียก็แห่กันเข้ามา
พวกเราเริ่มกระชับพื้นที่ คนเยอะเริ่มฉุนกลิ่น และฉุนแขกก็น่าเกลียดมาเล่นมายืนตรงที่เรานั่งอาบังจริงๆ เราก็เลยยืนบ้างเปิดกระจกไปถ่ายภาพจะได้ไม่มีแสงสะท้อน แต่โดนอาบังข้างหลังตะโกนว่าแต่ฟังไม่ออกหรอก ดูแค่สีหน้าท่าทาง ไปมาแขกกับแขกจะตีกันเอง เราพี่ไทยขอบาย ลงไปถ่ายข้างล่างดีกว่าทนหนาวหน่อย แต่ไม่ต้องเหวี่ยงกะใคร จะทำให้อารมณ์เสียถ่ายรูปไม่สวย แต่กว่าจะลงมาได้ ต้องฝ่าวงล้อมแขกออกมาโอยๆ ไม่คุ้นกลิ่นนะเนี่ย แถมยังมีคนอินเดียตะโกนขายชาร้อนๆ กันสนั่นพื้นที่ ขยันกันจริง แต่เมื่อลงมาแล้วก็ไม่มีจุดที่เราสามารถจะแทรกตัวเข้าไปข้างหน้าได้เลยประชาชนคนอินเดียเต็มยึดพื้นที่และนักท่องเทียวอื่นๆ ต่างเบียดเสียดแน่นไปหมด เลยต้องตัดใจไม่ถ่ายแล้วพระอาทิตย์ขึ้นคิดว่าพระอาทิตย์ที่ไหนๆ ก็มี บ้านเราก็มีพระอาทิตย์ขึ้นนะ ปลอบใจตัวเอง ดูสีบนท้องฟ้าแล้วไม่สวยแน่ จากประสบกราณ์ในการถ่ายพระอาทิตย์มาหลายสถานที่ เลยถอยมาหาที่ยืนใหม่จนเจอที่ๆ เหมาะที่จะตั้งขาตั้งถ่ายแยอดเขาคันเชงจุงก้า แล้วเวลาดีๆ ก็เริ่มขึ้นได้ยินเสียงโห่ร้องดีใจหลายภาษาแสดงว่าแสงแรกของพระอาทิตย์ขึ้นแล้ว แต่เรามองไม่เห็นและไม่อาจทิ้งมุมนี้ไปได้ เพราะเริ่มมีนักท่องเที่ยวบางคน เดินมาเบียด จะขอถ่ายตรงนี้บ้างพร้อมกับสูบบุหรี่รอ พ่นจนเหม็นควันไปหมด เราต้องโพกผ้าทั้งหัวทั้งจมูก อดทนใจเย็น และทนความหนาวเหน็บให้ได้ รอแสงแรกที่จะมากระทบบนยอดเขา แล้วไม่นานก็เกิดขึ้น แสงสีส้มทองๆ ก็พาดผ่านบนภูเขา

อย่างช้าๆ เป็นลำแสง ช่างเป็นภาพที่ตราตรึงในใจมากๆ เริ่มบันทึกภาพทันทีไม่ให้เสียเวลา แล้วก็เก็บภาพบรรยากาศผู้คนมากมายและเพื่อนร่วมทริปก่อนกลับมันสวยมากจริงๆ คันเชนจุงกา แปลว่าขุมสมบัติ ทอง เงิน อันญมณี ธัญพืช และคัมภีร์ศักสิทธิ์ ซึ่งก็คือยอดเขา 5 ยอดที่ประกอบกันขึ้นเป็นคันเชนจุงกา ความสูงระดับ 8,588 เมตร เป็นเทือกเขาที่สูงเป็นอันดับ 3 ของโลก ฉันเชื่อว่าคนโชคดีได้มีโอกาสดูพระอาทิตย์ขึ้นในชีวิตสักครั้ง ก็จะมีแต่การเริ่มต้นแต่สิ่งดีๆ ตลอดไปวันนี้ดูทั้งแสงอาทิตย์กับยอดภูเขาที่ยิ่งใหญ่และศักสิทธิ์ดั่งเทพนิยาย

พอใจแล้วล่ะสำหรับทริปนี้แม้จะลำบากยากเย็นหลายอย่างในการเดินทาง และอากาศที่หนาวเย็น ขับรถลงมาจากจุดชมวิวไทเกอร์ฮิลล์ ณ ตอนนี้หายง่วงแล้วกลับหิวข้าวแทน อยากกับโรงแรมแล้ว การจราจรคับคั่งรถรามากมาย ถนนก็แสนแคบ ยังจะขับแซงกันไปได้อีก มีนุสแวะวัดให้เราเที่ยวก่อน เพราะติดมากเหลือเกินพอดีมีที่จอดริมทางว่างชื่อวัดกูม Ghum Monastery เป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดและมีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของดาร์จีลิ่ง สร้างในปี ค.ศ. 1850 โดยลามะ ชาร์ลาป ยัคโช เป็นวัดในนิกายหมวกเหลือง

แต่เราเหนื่อยกันมากสำหรับเช้านี้ รีบถ่ายภาพแล้วเดินลงไปรอที่รถ เราขอเก็บภาพอีกนิด มีพระลามะเรียกให้เข้าไปหานั่งใกล้ๆ ท่านได้ยื่นเชือกทีดึงรั้งกงล้อมนตราขนาดใหญ่มาก ต้องออกแรงหมุนแล้วท่านก็สวดๆ ฟังไม่ออก ไม่นานเราก็หยุด พระลามะก็หันมามองเราก็เลยวางไปแค่ 10 รูปีที่ผ้า แล้วก็โดนเคาะไหล่ อย่างมือหนักๆ 1 ที และหัว 1 ทีเป็นอันเสร็จพิธี ไม่นานยังไม่ทันลุกยืนเลยก็มีคนอินเดียหลายๆ คนเข้ามารุมล้อมรอทำแบบนี้บ้าง เฮ้ยไม่ว่าจะทำอะไรต้องมีคนอินเดียตามอยู่เสมอ

สำหรับทริปนี้ รีบลงไปขึ้นกลับไปทานอาหารเช้าที่โรงแรมดีกว่า ทานอาหารเสร็จเราก็มีเรี่ยวแรงออกไปเที่ยวต่อสำหรับโปรแกรมต่อไปคือไปวัด ญี่ปุ่น เจดีย์สันติภาพ ถัดไปตามหาไร่ชา ที่คนขับรถมีนุสไม่รู้ล่วงหน้าทำให้ต้องเปิด gps หากันเลย ทั้งที่เราคิดว่ามันธรรมดามากๆ เป็นอะไรที่ต้องมาอยู่แล้วก็ดาร์จีลิ่งริ่งเป็นแหล่งปลูกชาที่ดีที่สุดในโลกบนเทือกเขาหิมาลัย จะไม่ไปไร่ชาได้อย่างไร

รถขับลงมาจากเขาไต่ลงมาเรื่อยๆ ของใต้พื้นหุบเขาเลยก็ว่าได้ หนทางคดเคี้ยวเลี้ยวลงมาเรื่อยจนเจอไร่ชาสมใจ แต่เป็นไร่ชาที่ไม่มีชาให้ชิม แต่วิวสวยมาก เป็นไร่ชาที่สวยสุดในโลกของฉัน คือฉากหลังคือเทือกเขาหิมาลัยนั่นเองโปรแกรมต่อไปคือทานข้าวจ้ะ เจอร้านอาหารสไตล์จีนๆ ถูกใจกินแหลก และปิดท้ายที่รอคอยมานาน ปู๊นๆ คือไปดูรถไฟ Toy Train เป็นรถไฟขนาดเล็กที่ใช้เครื่องจักรไอน้ำแล่นบนรางเล็กพิเศษ ดาร์จีลิ่งหิมาลายันเรลเวย์ Darjeeling Himalayan Railway เป็นมรดกโลกอีกด้วย และตรงที่เรียกว่า บาตาเซีย มีอนุสาวรีย์ War Memorial สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ทหารหาญชาวดาร์จีลิ่งทุกคนที่ต้องเสียชีวิตจากสงคราม ปิดท้ายจริงๆ กลับโรงแรมเดิน shopping กันตามสบาย

พระอาทิตย์เริ่มลาลับจากฟ้าความหนาวเย็นก็ยิ่งเพิ่มขึ้นไปอีก ก่อนนอนขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์กงล้อมนตรา 108 โอม มณี ปัทเม หุม ขอให้ชีวิตพบเจอแต่สิ่งดีสวยงามกล้าแกร่งแข็งแรงยิ่งใหญ่เช่นยอดเขาศักดิ์สิทธิ์ คันเชงจุงก้า

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *