31 Dec.56 ทะเลสาปอินเล

วันนี้ตื่นเช้าตามเคยเพราะเมื่อคืนหลับสนิทจากที่เพลียกับการนั่งรถบัสที่หลับไม่ค่อยลง เช้ามาก็เริ่มเที่ยวตามโปรแกรมเลย  กว่าจะกลับเข้าโรงแรมก็เย็นและยังเปรี้ยวเดินเที่ยวงานวัดพม่ากันอีก

ห้องนอนโรงแรมนี้ไม่มีแอร์ อากาศอบอุ่น แต่ทันทีที่เปิดม่านมองไปข้างนอกตกใจ ยามเช้าขาวโพลนไปด้วยหมอกหนา และความหนาวเย็นกระทบมายะเยือกแต่ก็อาบน้ำสระผมด้วยน้ำเย็นๆ เป็นคนไม่ชอบอาบน้ำอุ่น หนาวสะใจไปเลย แต่งตัวเสร็จก็ขึ้นไปทานอาหารเช้าบนชั้น 2 ของโรงแรม มีก๋วยเตี๋ยว และขนมจีน เรียกว่า โมฮิงก้า Mohinga ขนมปัง กาแฟ แล้วแต่ใครจะทานอะไร อิ่มหนำสำราญก็เดินจากที่พักไม่ถึง 10 นาที ก็ถึงท่าเรือ ที่เราจะไปล่องทะเลสาปอินเลกัน เรือต้องเช่า 2 ลำ แบ่งให้เท่าๆ กัน เราบอกเลยว่ากลัวน้ำมากๆ แต่ก็รักและชอบแม่น้ำ ทะเลสาบ คลอง ชอบที่จะล่องเรือ แต่ขอใหญ่ๆ หน่อยมีชูชีพห่วงยางเยอะๆ ก็ดีไม่ว่าไร

โชว์การจับปลา แต่พอเรือผ่านเข้าไปเทียบถึง เสียเลยเงินจ๊าตพม่า

ในเดือนพฤศจิกายน หรือ เดือนดะส่องโมง เป็นเดือนหลังออกพรรษา สำหรับชาวพม่าแล้วเดือนนี้ถือเป็นช่วงฤดูกาลของการถวายผ้าจีวรของชาวพุทธพม่า จะจัดงานถวายจีวรในงานพีธีต่างๆ เช่น งานจีวรกฐิน งานจีวรจุลกฐิน งานจีวรบังสุกุล และ งานจีวรใยบัว ในการจัดทำจีวรใยบัวนั้น จะต้องทำเป็นพิเศษ ผู้ที่จะทำเส้นไหมใยบัวจะเป็นหญิงสาวพรหมจรรย์ จำนวนราว3๐ คน ชำระร่างกายให้สะอาด และต้องถือศีล 10 กล่าวกันว่าหากสาวใดไม่รักษาศีล มักจะทำให้เส้นใยบัวขาด

เช้านี้อากาศหนาวเย็นบรรยากาศขาวโพลน ทันทีที่เท้าเหยีบเรือ ใจหายวาบไม่สามารถบอกใครได้ นั่งหน้าสุดเพราะต้องการถ่ายภาพ ที่เก้าอี้มีร่ม มีผ้าห่มให้ห่มขาแต่ไม่รู้ไม่ได้มองกลัวจนไม่มองอะไร จนจบทริปนั่งเย็นชาขาไปหมดเพราะความหนาวเย็นที่ลมพัดโต้มากับเรือท่ามกลางสายน้ำ ใส่กางเกงขาสั้นด้วย ทะเลสาบแห่งนี้เป็นที่อยู่อาศัยของกลุ่มชนที่เรียกตนเองว่า ชาวอินทา (Intha) ชนเผ่านี้อาศัยอยู่ในทะเลสาบอินเลมานานนับร้อยปีแล้ว

โดยใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางการทำการเกษตรบนเกาะวัชพืชที่พวกเขาสร้างขึ้นมาเองกลาง ลำน้ำในทะเลสาบลักษณะอันโดดเด่นเฉพาะตัวของชาวอินตา คือการพายเรือด้วยเท้า วิถีชีวิตและธรรมชาติที่ลงตัวของเขาน่าประทับใจยิ่งนักกรุงเทพของเราเหมาะจะมาดูงานทีนี้

แม้จะอาศัยอยู่บนน้ำก็ยังทำการเกษตรลอยน้ำหาเลี้ยงชีพได้สบายๆแปลงผักลอยน้ำอินเล มีปลูกผักบุ้ง มะเขือเทศลอยน้ำ แตงกวา ถั่วฝักยาว และแปลงผักต่างๆ ล่องเรือจนเย็น แวะโน่นนี่หลายที่ขึ้นลงบนฝั่งกับเรือ จนหายกลัว สนุกมากวันนี้ หลังจากเทียววัดและเจดีย์มาหลายวัน เปลี่ยนอารมณ์บ้างอยู่บนเรือจนเย็นได้เวลาล่องกลับ ทั้งไปและกลับชอบมาก

นกนางนวลบินส่ง ไม่ใช่ไร ถ้าเรามีอาหารในมือ โยนไปบนท้องฟ้านกก็บินส่งตามไปด้วย รีบกดชัตเตอร์เร็วไวถ่ายภาพนกให้ได้ นกก็บินโฉบไวจริง นี่ถ้าไม่เกรงใจตัวเองนะ จะลุกยืนบนเรือหันซ้ายขวา ถ่ายภาพได้สบายเลย แต่ความจริงทำไม่ได้เค้ากลัวเรือล่มในหนองแล้วจะขึ้นบกได้อย่างไร 555 เรือถึงฝั่งพวกเราก็ไม่ลืมขอบคุณและถ่ายภาพเป็นที่  ระลึกคนขับเรือคนเก่งที่เป็นทั้งไกด์แนะนำสถานที่ต่างๆ ได้อย่างคล่องแคล่วหลายภาษาคนที่พม่าจะเป็น

เช่นนี้เสมอ ทุกคนต่างไขว่คว้าที่จะเรียนรู้ทั้งที่ส่วนใหญ่จะยากจน และถูกกีดกันเรื่องการศึกษา บางคนจบปริญาตรี แต่เขาว่าใบปริญญาไม่มีความหมายเลยในพม่า นักศึกษาส่วนใหญ่ที่จบปริญญาจะถูกกีดกันให้อยู่ทำงานนอกเมือง เราเดินกลับที่พักอาบน้ำเก็บกระเป๋าเตรียมเดินทางต่อไปเมืองบากันด้วยรถบัส สลับการเดินทางเช่นนี้วันเว้นวันที่ได้นอนบนเตียงนุ่มในโรงแรม จะเข้าพักที่ Thirin Sandar guest house เป็นย่านบากันใหม่ที่ใกล้กับจุดที่เราจะไปชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ทะเลเจดีย์ยามเช้าเพื่อเป็นการไม่เสียเวลาในการท่องเที่ยวในพม่าได้อย่างจุใจ คืนนี้เราจะได้เคาว์ดาวน์ต้อนรับปีใหม่ 2557 บนรถทัวร์ด้วยง่ะ TT

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *