Day 1 เดินทางไกล Incredible India!

อินเดียเคยไปมาแล้วครั้งนึง เมื่อ 2 ปีก่อน ก่อนไปก็เตรียมใจหลายอย่าง อาหาร อากาศ ห้องน้ำ ขอทาน กลัวสกปรกท้องเสีย หลายเรื่องที่คนไม่เคยไปแต่กับพูดเตือนให้เราระวังสารพัดเรื่องราว แต่แล้วเราก็หลงรักอินเดียในที่สุด จนมาถึงการกลับไปอีกครั้งด้วยความคิดถึง..ผู้คนเสน่ห์ในวิถีชีวิต สีสัน ของธรรมชาติ ท้องถนน และเสียงบีบแตรรถที่ถ้าไม่บีบแตรเสียงดัง ก็ไม่ใช่อินเดีย

การเดินทางไกลมาถึงแล้ว วันที่รอคอยตื่นเต้นกันทุกคน ที่เราจะไปตะลุยอินเดียอีกครั้ง เที่ยวบินรอบดึก ตี 2 ทำให้มีเวลาเหลือทำทุกสิ่งอย่างให้เรียบร้อยก่อนเดินทางอย่างไม่รีบเร่ง ต่างคนต่างมาตามนัดหมายสุวรรณภูมิ วันนี้เราสบายหน่อยได้ติดรถแฟนเพื่อนใจดี ไปส่งกันถึงสนามบิน ขอบคุณเป็นอย่างสูง ทำการเช็คกระเป๋าโหลดเรียบร้อยพร้อมเดินทางขึ้นเครื่อง ด้วยสายการบิน indigo เครื่องบินเริ่มออกตัวอย่างช้าๆ เกือบครึ่งชั่วโมงถึงทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า สวดมนต์ในใจขอพรให้เดินทางปลอดภัย เครื่องบินไม่หายเป็นพอ

ใช้เวลาบิน 4 ชั่วโมงถึงท่าอากาศยานนานาชาติอินทิรา คานธี เมืองเดลลี (เวลาอินเดียช้ากว่าไทยประมาณชั่วโมงครึ่ง) ตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้วรับกระเป๋าออกมา เจอ umer เจ้าของบ้านเรือที่จะไปเป็นไกด์กับเรา เช่ารถให้เรา Force Tempo Traveller นั่งได้พอสบายๆ วางของสัมภาระได้พอดี ออกจากสนามบินเริ่มเที่ยวกันเลย แต่การจราจรที่นี่ค่อนข้างติดขัด พร้อมกับเสียแตรรถต่างคนต่างบีบใส่กันสนั่น ยังไม่ชินหูหรอกนะ

เริ่มจากคนขับจะพาไปที่ Qutub Minar กุตับ เป็นชื่อกษัตริย์ มีนาร์แปลว่าหอสูง เป็นหอแห่งชัยชนะ หอคอยหินสีแดงมีความสูง 72.5 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง 2.27 เมตร ส่วนฐานกว้าง 14.32 เมตร เป็นหอคอยสุเหร่าที่สูงที่สุดในโลก ศิลปกรรมแบบมุสลิมผสมฮินดูภายในมีเสาแกะสลักได้สวยงามมากๆ เหมือนแกะบนไม้เลยทั้งที่เป็นหิน น่าประทับใจที่รอบบริเวณมี กระรอก นกแก้ว สารพัดนกส่งเสียงร้องกันอย่างมีความสุข และมีครื่องบินๆ ผ่านมาเป็นระยะๆ

ออกจากหอสูง ขึ้นรถจะพาเราไปมื้ออาหารแรกสำหรับอินเดียวันนี้เป็นร้านอาหารพื้นเมืองโลคอลๆๆ ให้ตายสิ มีรถบรรทุกจอดเต็มไปหมดในซอยนี้ คล้ายกับเป็นขนส่งสิบล้อ หกล้อจอดติดกันไปหมด แต่กับมีร้านอาหารแอบเปิดอยู่ใกล้ๆ จะขายใครหว่า และร้านก็ยังไม่เปิดเลย แต่คนขับลงไปถามได้ความว่าอีก ชั่วโมงรอได้มั้ยค่อยกลับมาใหม่ จะพาไปเที่ยวใกล้ๆ แถวนี้ เป็น Lotus Temple กว่าจะเลี้ยวไปรถก็ติด หิวกันจริง ไปจอดริมถนนตรงข้ามกับ Lotus Temple ก็งั้นๆ อ่ะ ไม่น่าสนใจ ดูคล้ายเป็นสวนสาธารณะ ไม่ใช่ไร หิวแล้วเลยไม่สนใจ เราลงจากรถ ต่างพากันเดินไปในซอยที่มีขายของบนรถเข็ญ โอ้ะ น้ำส้มเช้งคั้นสดๆ จริงๆ นะ แต่ไม่กล้าดื่ม ยืนดูกรรมวิธีขั้นตอนการทำเราลังเลนะ แต่พี่ยู้เดินไปหยิบกระบอก น้ำส่วนตัวมาให้เขาใส่ก็ยังดี เขาคงเข้าใจเรา เลยไปหาถ้วยพลาสติคมาใส่แทน อืมพอดื่มได้

หน่วยกล้าตายของเรา น่ารักมากเลย ลองชิมได้ทุกอย่าง

รสชาติกินลง หิวข้าวหิวน้ำ ชอบมีดปอกส้มเช้งเขา ดูง่ายดีๆ ตอนปอกเปลือก ผู้ชายขายน้ำผลไม้ จบ กลับไปร้านอาหารต่อรถยังคงติด แต่คนขับเลี้ยวเข้าทางลัดหน่อยนึง หรือว่าตอนแรกพาอ้อมมากันแน่ รีบลงจากรถกันเข้าไปในร้าน ค่อนข้างใหญ่โต พื้นที่เยอะมาก

พวกเราต่างสั่งอาหารกัน ดีที่ทริปนี้มีล่ามอิมพอร์ทเก่งๆ หลายคน งานนี้คุณผึ้งถนัดสุดเรื่องอาหาร 555 เราได้แต่นั่งเฉยๆ ไม่ต้อง เขาสั่งให้กินต้องกินได้แน่ ระหว่างนั้นทุกคนก็ก้มหน้าก้มตา wifi กันกระจุยกระจาย นี่คือวัฒนธรรมก่อนกินของคนไทยเราในปัจจุบัน ฆ่าเวลาได้เป็นอย่างดี อาหารมาก็เริ่มถ่ายๆ กินๆ รสชาติดีเครื่องเทศเขาแรง แต่ก็อร่อยนะหรือว่าหิวก็ไม่รู้ คิดเงิน มื้อนี้ราคาพอสม ออกจากร้านอาหรอิ่มกันยังมีเหลือห่อใส่กล่องอีก แวะซื้อผลไม้ข้างทาง ฝรั่งขี้นก เป็นผลไม้ที่ไม่ค่อยมีขายหายากล่ะไปต่อตามโปรแกรมของเราที่ Akshardham ที่นี่ร้อนจัง อยู่กลางแจ้งไม่ค่อยมีต้นไม้ ที่สำคัญเขาห้ามเอากล้องถ่ายรูปเข้าไป รู้สึกเหนื่อย รู้ว่าสวย แต่ไม่อยากเข้าไปโดยไม่พกกล้องไปเก็บภาพ มันเสียดายจัง สู้ไม่เห็นซะดีกว่า คนอื่นก็ลงไปกัน เฝ้ารออยู่ในรถดีกว่า

อักชาร์ดัม (Akshardham) เป็นวัดในศาสนาฮินดูที่ใหญ่ที่สุดในโลก รับรองโดยกินเนสส์บุ๊คเมื่อ ปี ค.ศ. 2007 สร้างขึ้นใหม่ใหญ่อลังการตามรูปแบบโบราณของอินเดียใช้
ินทรายในการก่อสร้าง ชื่นชมความงามพร้อมถ่ายภาพกันเป็นของที่ระลึกจากข้างใน ภาพละ 130 รูปีออกจากที่นี่ด้วยอากาศร้อนระอุ ลำดับต่อไปที่สาวๆ ชอบ คือ ช้อปปิ้งๆ มีเงินในกระเป๋าไม่ได้มันหนัก ช้อปดีก่า ไปตลาดจันปาทกัน

เดินเที่ยวซื้อกันอยู่นานจนเหนื่อยเมื่อยขา แบกกระเป๋ากล้องด้วยเมื่อยไปหมด ออกเดินทางต่อ เราจะไปนอนกันอีกเมืองชื่อว่าอัครา โรงแรมชื่อ  Siris 18 ตั้งอยู่ในเมืองมุมดี มองจากบนดาดฟ้าจะเห็นตาชมาฮาลด้วย มุ่งหน้าใช้ช่องทางด่วนพิเศษของเขา แต่ไม่ด่วนเลย เพราะมีการกำหนดความเร็ว 60 กม./ช.ม. ใช้เวลาถึง 5 ชั่วโมง ระยะทาง 210 กม. แวะเขาห้องน้ำเพื่อพักรถตลอดทาง ดีที่ห้องน้ำสะอาดค่อยยังชั่ว คืนนี้ถึงโรงแรม Siris 18 ประมาณ 4 ทุ่ม ถ้าเป็นบ้านเราก็บวกไปอีกชั่วโมครึ่ง กว่าจะลงตัวแยกย้ายกันชมห้องกว่าจะนอนก็เที่ยงคืน แต่หลับสบายห้องพักหรูหราพอสมควรตกแต่งสวยงามแอร์เย็น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *