Day 1: 8.7.60 มุ่งสู่เมดาน ถึง บราสตากี้

ได้เวลาเดินทางสู่เมดาน ตรงกับเทศกาลหยุดเข้าพรรษา ตั้งใจจะไปทำบุญไกลนิดนึง จากสนามบินดอนเมือง ถึงสนามบินกัวลานามู ใช้เวลาบินประมาณ 2 ชั่วโมง ตื่นเต้นรีบเดินออกจากสนามบิน กรอกใบตม. เดินออกมาง่ายๆ ไม่ได้ตรวจอะไรมากมาย คุณลุงอินโดนีเซีย จำชื่อไม่ได้ ยืนถือป้ายกระดาษต้อนรับกรุ๊ปของเราอยู่อย่างยิ้มแย้ม แล้วพาไปซื้อซิมโทรศัพท์กัน บริเวณสนามบิน ก่อนลากกระเป๋ามาที่รถบัส ยกกระเป๋าขึ้นรถให้อย่างดี เริ่มเดินทางไกลกันเลย

เมืองเมดาน อยู่บนเกาะสุมาตรา เป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของอินโดนีเซีย ที่นี่ยังคงรักษาสถาปัตยกรรมของชาวดัตช์เอาไว้ อาคารบ้านเรือนที่สวยงามและมีเอกลักษณ์ ในเมืองเมดานการจราจรหนาแน่น ถนนเลนแคบๆ รถติดตลอดทางออกมาเลย ไปเรื่อยๆ ผ่านด่านจ่ายเงินทางด่วน จนออกนอกเมือง รถจอดแวะทานอาหารเช้ามื้อแรกก่อน ร้านริมถนนแต่อร่อย ห้องน้ำก็สะอาดดีผ่านๆ เริ่มอาหารที่คุ้นเคยและชอบทานอยู่แล้ว คือ ข้าวผัดนาซีโกเร็ง Nasi Goreng นาซี = ข้าว / โกเร็ง=ผัดทอด อาหารอินโดนีเซีย ถ้าเป็นของไทยสั่งข้าวผัด เรียกว่าสิ้นคิด ไม่รู้จะสั่งอะไรดีไง ข้าวผัดนาซีโกเร็ง จะผัดด้วยน้ำพริกแกงของเขากับหัวหอมแดงกระเทียมกะปิ ครบรสชาติ ที่ขาดไม่ได้จะใส่ซีอิ้วหวานลงไปด้วย คือต้นตำรับเขาล่ะ ที่รู้เพราะว่าชอบมากถ้ามาอินโดนีเซียต้องสั่งเป็นจานแรก บางร้านครบสูตรแบบอลังการจะ เสริฟกับอะยัม แปลว่าไก่ และมีข้าวเกรียบกุ้ง มะเขือเทศ แตงกวา อร่อย มีเมนูปลากับข้าว ปลาเรียกว่า อีกัน ikan น่าตาน่าทานมากปลาตัวใหญ่ดี จริงๆแล้วอาหารอินโดก็คล้ายกับของไทยนะ ใส่สมุนไพร พริก หอมแดง ตะไคร้ ข่า ขิง ขมิ้น ใบมะกรูด แต่มีซีอิ้วหวานแทนน้ำตาล และใช้เกลือแทนน้ำปลา เรืองกินเรื่องใหญ่รู้ไว้นะ แฮะๆ


สถานที่แรกที่จะไปคือ มัสยิด Raya Mosque ต้องคลุมผ้าปิดหน้าตาด้วยไม่งั้นไม่ให้เข้า แดดร้อนจ้าเลยตอนนี้ก็ดีเหมือนกันไว้กันแดด มัสยิดใหญ่มาก สถาปัตยกรรมเป็นแบบแขกมัวร์ ปัจจุบันยังคงใช้เป็นสถานที่ประกอบศาสนกิจอยู่

ชมพระราชวังมายมุน พ.ศ. 2430 อายุเป็นร้อยๆปี สุลต่านแห่งเดลี่ สถาปัตยกรรม ตะวันออกกลางสเปนอินเดียเนเธอร์แลนด์และมาเลย์ และดัตช์ที่มองเห็นได้ในรูปแบบของประตูและหน้าต่างกว้างและสูงผสมผสานกับอิทธิพลของศาสนาอิสลามที่เห็นในซุ้มหลังคา ภายในมีเฟอร์นิเจอร์สไตล์ยุโรป โคมไฟระย้าคริสตัลจากประเทศฝรั่งเศสและฮอลแลนด์ แต่ไม่ชอบมีขายของและเสื้อผ้าให้เช่าใส่ถ่ายภาพในนี้แลดูรกๆ คนอินโดและนักท่องเที่ยวเดินกันเต็มไปหมด

พระราชวังมายมุน พ.ศ. 2430 อายุเป็นร้อยๆ ปี

สถาปัตยกรรมเป็นศิลปะผสมฮินดูและมองโกล

 

ออกเดินทางต่อแต่โจเซฟก็ต้องหยุดรถทันทีที่เราเรียกร้องหาทุเรียน อยากนำเสนออยู่แล้วรีบลงจากรถพามาที่ร้าน เขาเรียกว่า คาเฟ่ทุเรียน แถมยังเปิดขาย 24 ชั่วโมงอีกด้วย จะกินอะไรกันหนักหนาอย่างกะเซเว่น คือกินเป็นเรื่องเป็นราวกิจจะลักษณะไงล่ะ มีโต้ะนั่งอย่างกะจะกินก๋วยเตี๋ยว มีน้ำใส่ชามให้จุ่มล้างมือและทิชชูวางพร้อม คนขายจะวางทุเรียนกองเต็มพื้น บางลูกก็แขวนไว้บนราว เพราะทุเรียนมีขนาดเล็กไม่หนัก รสชาติหวานละมุนๆ ขมนิด แต่มันเละอ่ะนะ ไม่แข็งเลยบางคนไม่ชอบก็ไม่ทานขอลาแต่คนอินโดนีเซียเขานิยมทานทุเรียนเละๆ แบบนี้เรียกว่าอร่อยเขาล่ะ

บ้านเราเรียกว่าปลาร้า ให้ฟรียังคิดดูก่อน เรายืนชี้เลือกทุเรียนที่คิดว่าแข็งดีแล้ว มานั่งโต้ะรอ เขาก็เอามาวางฉีกให้เลือกดูเต็มโต้ะไปหมด 55 ถ้าไม่ถูกใจก็คืน แต่กี่ลูกก็แล้ว ไม่ถูกใจ ทุเรียนเละทุกลูก โจเซฟคนขับรถเรากับคนขายทุเรียน มองหน้าพวกเราแบบงงๆ ทำไมคนไทยเยอะจัง ก็เราบอกไปล่ะว่าเมืองไทยชอบแข็งๆ นะ ต้องทนยืนกินทุเรียนปลาร้ากันไป ขำๆ แต่ก็นะ ทุเรียน จริงๆแล้วมีสายพันธ์ถิ่นเกิดมาจากอินโดนีเซีย ต้นตำรับเลยไม่ใช่ผลไม้ของไทย ก็ต้องลองชิมดูหน่อย

กว่าจะถึงที่พักเดินทางมาก็ค่ำมืด ตลอดข้างทางมองเพลินมีภูเขา ต้นไม้เยอะเขียวชะอุ่มสดชื่น เราพักที่ Hotel Sibayak Internasional มีสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ด้วย ก้าวเท้าลงจากรถ อากาศเย็นสบายมากเลยรีบคว้าเสื้อกันหนาวมาใส่กัน เช็คอินเอากระเป๋าขึ้นไปไว้ที่ห้อง พักผ่อนเอนกายบนที่นอนแปปนึงค่อยออกมาเจอกันเพื่อไปดินเนอร์กัน เมืองเบอราสตากี Berastagi ตั้งอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 1,220 เมตร ถือเป็นเมืองตากอากาศของชาวดัชท์ ในยุคอาณานิคม อยู่บนเขาอากาศหนาวเย็นตลอดปี 17-20 องศาเลย ดินดีอุดมสมบูรณ์ ทำให้ปลูกอะไรก็งามพืชผักผลไม้หลากหลาย ผลไม้ขึ้นชื่อก็คือ อะโวคาโด เสาวรส มะม่วง กล้วย และยังส่งออกไปสิงคโปรอีกด้วย ช่วงนี้จะว่าโชคดีหรือโชคร้าย เขามีงานประจำปี Flower and Fruits Festival 2017 จราจรติดขัดมาก

ผู้คนเดินกันขวักไขว่ รถจอดลงเราก็เดินเลือกหาร้านที่คิดว่าน่าทาน มีเยอะเลยเป็นซุ้มเต็นท์ผ้าใบ มีปิ้งย่าง อาหารคล้ายๆ กัน ได้ร้านก็นั่งลุกเดินไปสั่งๆชี้ๆ วุ่นวายเลยละ คนอินโดก็มองพวกเรา มันเสียงดังวุ่นวายสั่งแบบรู้บ้างไม่รู้บ้างคนขับโจเชฟเดินตามมาคงเป็นห่วงมาช่วย สั่งอาหารให้ แล้วก็นั่งกินด้วยอีกโต้ะ อาหารรสชาติดีอร่อยเผ็ด คืนนี้กลับที่พักหลับสบาย แต่เย็นมาก จะหารีโมทปรับแอร์ก็ไม่เจอ มองไปเพดานว่างเปล่า เพราะห้องไม่มีแอร์เลย แต่อากาศหนาวเย็นสบายๆ ราตรีสวัสดิ์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *