Day 2 ทัชมาฮาล ที่แห่งนี้มีความรักอยู่..

เริ่มวันใหม่ตื่น 6.00 น. ถือว่าเช้านะเนี่ย จากเมือคืนที่พวกเราเดินทางมาถึงดึกดื่น เข้าพัก โรงแรมซิริส 18 อักรา ห้องพักก็หรูหรากว่าที่คิดไว้ มีสิ่งอำนวยความสะดวกภายในห้องครบ เกือบจะนอนเพลินกับที่นอนนุ่มๆ ล่ะ ต้องตั้งเวลาปลุกไว้เพราะเช้านี้ต้องไปเที่ยว ทัชมาฮาล ตั้งอยู่ในเมืองอัครา ห่างจากโรมแรม Siris18 ที่พักไม่ถึง 15 นาที ขึ้นไปดูที่ดาดฟ้าก็มองเห็นทัชมาฮาลจริงๆ ด้วย วิวดี แต่ไกลๆ อาบน้ำแต่งตัวเช็คออกจากโรงแรมเลยล่ะ จะได้ไม่เสียเวลา ไปต่อแถวซื้อตั๋วทัชมาฮาล ปิดทุกวันศุกร์นะจ้ะ แต่วันนี้เป็นวันเสาร์เวลาดีๆ

ก่อนเข้า คนขับเตือนว่าห้ามเอาอะไรไปบ้างที่จะไปทำลายทัชมาฮาลของเขาได้ เช่น สายชาร์ตแบตเตอรี่ ไฟแช็ค บุหรี่ ขาตั้งกล้อง เฮ้ย สรุปเอาแต่ตัวและหัวใจ+สะพายกล้องถ่ายภาพเข้าไปละกัน จะได้ไม่มีปัญหาใดๆ ให้เขายึด รถส่งเราทางเข้าซึ่งก็ไกลพอสมควรกว่าจะถึงประตูเข้า ไม่เข้าใจไม่ส่งให้ถึงที่ แต่คิดอีกทีเขาช่วยเหลือคนอินเดียด้วยกันเอง ด้วยการกระจายรายได้ ให้คนที่เมื่อยขา ขี้เกียจเดิน ได้ว่าจ้างนั่งรถม้า รถบริการของเขา

ตรงทางเข้าทั้งแขกทั้งคนต่างชาติปะปนกันเข้าแถวเยอะพอสมควร คนเกาหลี คนจีน ฮ่องกง ก็เยอะ ที่รู้เพราะได้ยินสำเนียงภาษาจีน อิ เอ้อ ซัน ซื่อ 123 ตอนนับถ่ายรูป ส่วนคนของเราก็บ้าเกาหลี รีบนับเลขถ่ายรูปบ้างว่า ฮัน ทู เซ กลุ้มจริงหน้าไม่ให้แต่ใจรักว่างั้นเถอะ

ทัชมาฮาล แม้จะเคยมาแล้ว แต่ก็ยังชอบตื่นตาตื่นใจกับทัชมาฮาลอยู่ดี เสียดายที่วันนี้สระน้ำหน้าทัชมาฮาลไม่มีน้ำเลย มีคนงานกำลังซ่อมบำรุงลงไปขัดพื้นสระอยู่ แบบไม่สนใจโลก ทำให้เราไม่ได้ภาพเงาสะท้อนทัชมาฮาลเลยแย่จริงๆ สงสัยต้องกลับมาอีกครั้งแต่ไม่รู้เมื่อไหร่อ่ะนะ

ทัชมาฮาล เป็นสุสานหินอ่อน เชื่อว่าเป็นสถาปัตยกรรมแห่งความรักที่สวยที่สุดในโลก สร้างขึ้นโดยกษัตริย์อินเดียผู้ทรงมีรักมั่นคงต่อพระมเหสีของพระองค์ ภายหลัง พระนางมุมตัส มาฮาล ที่ได้รับการยกย่องให้เป็น “อัญมณีแห่งราชวัง” ติดตามพระองค์ไปในสนามรบและคลอดรัชทายาทองค์ที่ 14 ก็เสด็จสวรรคต สร้างความเสียพระทัยให้กับ พระเจ้าชาห์มาฮาน เป็นอย่างยิ่ง เรื่องเศร้าอีกเรื่องคือโดนพระโอรสโอรังเซบ นำเอาไปขังไว้ที่ Agra Fort และสถาปนาตนขึ้นครองราชย์แทน พระองค์ทรงถูกขังอยู่ถึง 8 ปี จนกระทั่งเสด็จสวรรคต ในแต่ละวัน พระเจ้าชาห์มาฮาน ได้แต่ทอดพระเนตรมาที่ ทัชมาฮาล ซึ่งเป็นหลุมที่ฝังพระศพของพระมเหสีจนสิ้นพระชนม์ ตำนานที่ดูโหดร้ายอีกอย่างคือการสร้างใช้เวลาทั้งหมดกว่า 20 ปี ใช้เงินและแรงงานมากมายมหาศาล ประชาชนยากจนลำบาก ดูแล้วเป็นความรักที่เห็นแก่ตัวเอง

แต่อย่างไรก็ตาม ชีวิตคนเราต้องก้าวต่อไป จะจมปลักแต่กับสิ่งเศร้าทุกข์ไม่ได้ เราควรเลือกที่จะมองมุมมองแต่สิ่งที่สวยงาม สบายใจ ไม่มีใครสิ่งใดในโลกที่จะสมบูรณ์แบบไปทุกสิ่ง อย่างน้อยก็เหลือสิ่งก่อสร้างที่เป็นวัตถุให้เราได้ชื่นชมว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งความรักที่มั่นคง เพราะเราไม่สามารถสร้าง ทัชมาฮาล ได้เอง แต่ทัชมาฮาลกลับ สร้างโลกสร้างรักให้คนตราตรึงไปทั่วโลกยังไงล่ะ รีบออกจากทัชมาฮาล เพราะใช้เวลาพอสมควรแล้ว เริ่มท้องร้องนิดนึง มื้อเช้าที่โรงแรมเอาไม่อยู่ แวะไปหาร้าน McDonald’s เป็นห้างเล็กๆ TDI Mall, Shop สั่งกินเบอเกอร์กันอย่างหิวกระหาย และแล้วก็ได้ shopping กันอีกกระหน่ำ 555 ไปเจอร้าน แบรนด์ bibaindia เสื้อผ้าสวยๆ ทั้งนั้นเลย ได้กันคนละชุดสองชุด ลองกันสนุกสนานก่อนออกจากร้าน สาวไทยช้อปปิ้งไม่แพ้ชาติใดในโลก นี่พูดเลย

เดินทางต่อไปอีก ต้องกลับเดลลีเพื่อไปให้ทันช้อปต่อที่ตลาด Center Market คล้ายๆ กับประตูน้ำบ้านเราล่ะ ลืมบอกไป คนขับรถของเราสำหรับ 2 วันนี้ ชื่อ จีตุ้ด 555 ขำป่ะ เรียกไม่ยาก แต่เรียกแล้วขำ พี่แกเห็นเราหัวเราะก็หัวเราะตาม ไม่รู้ไรหรอก ความหมายมันลึกซึ้ง อย่ารู้เลย จีตุ้ด ขับรถดี ช้าๆ ค่อยๆ ไป ไม่เร็ว เคร่งครัดในกฎหมาย ทางด่วนพิเศษ ขับแค่ 60 กม. ต่อชั่วโมงจริงๆ เราต้องเดินทางขับรถอีก 5 ชั่วโมง กลับเดลลี เห็นแล้วอยากล็อคคอให้แกมานั่งเฉยๆ แล้วเราขอเหยียบคันเร่งแทน แต่ไม่เอาดีก่า ไม่อยากติดคุกแขก เด่วอ้วกแตกคาคุกเพราะขี้ในคุกเต็มไปหมดแน่เลย ก็ไม่มีใบขับขี่นะ

ถึงตลาด Center Market เย็นๆ ประมาณ 6 โมงครึ่ง แยกย้ายกันเดินทำเวลา ต่างคนต่างเดิน คนเยอะแออัด ทั้งรถทั้งคนเดินปนกันบนเลนถนนที่ไม่กว้าง อีกทั้งยังมีสินค้าที่วางขายกันตามสะดวก ไม่เข้าใจจะให้รถวิ่งทำไมในซอยเล็กๆ ปิดท้ายที่สุดท้ายสำหรับวันนี้คือการไปนอนรอที่สนามบินภายใน เก็บของลงจากรถ จีตุ้ด คงดีใจแย่ ที่จะส่งพวกเราจบงานเขาแล้วกล่าวคำลา ให้ทิปไปยังทำหน้างงๆ แต่รีบขอบคุณพวกเรา บอกว่าขอบคุณสำหรับเงินทิป ที่จะช่วยเป็นรายได้ให้เขาเลี้ยงครอบครัว ยิ้มแฉ่งเลย รีบถ่ายภาพกันก่อนจาก


ตอนนี้ถึงเวลาที่เราจะผจญภัยกันเอง เดินดุ่มๆ เป็นกลุ่มก้อนไปที่ประตูสนามบิน หน้าตาเคร่งขรึมของเจ้าหน้าที่ทำทหาร ไม่ยอมให้เราเข้าไปรอก่อนเวลา ไล่ให้เราไปรอที่ออฟฟิสขายตั๋วด้านข้างอาคาร พอเข้าไปก็เจอประชาชนคนอินเดียหลายสิบคน บ้างก็นอนรอปูผ้ากับพื้น นั่งเก้าอี้นอนยาวบ้าง โชคดีมีที่ว่างหน่อยนึง เราก็รีบไปจับจอง อากาศร้อนนะ แอร์ไม่ค่อยเย็น แต่ก็มีห้องน้ำให้เข้า แต่ทริปนี้เรามีผู้ใหญ่มาด้วยเกรงว่าจะนอนเก้าอี้เมื่อยตัว พอดีมีบริการห้องพักชั่วคราวของ Plaza Premium Lounge ก็ราคาไม่แพงมากสำหรับนอนพักอาบน้ำได้ ดีแล้วจะได้เที่ยวต่อได้สบายๆ นี่แค่เริ่มทริปเท่านั้นไม่อยากให้ต้องลำบาก แต่เราขอยืนยันนอนยัน พื้นสนามบินเหมาะกับระดับอย่างเรามาก อิๆ ไม่ได้มีโอกาสได้นอนกันบ่อยๆ อ่ะนะ มียุงนิดนึง แต่พอจะหลับได้เจ้าหน้าที่มาเรียกซะงั้นประมาณว่าคงดูไม่เรียบร้อยกับสนามบินเขา ก็เลยต้องตื่นไปอาบน้ำแบบแห้งๆ แปรงฟันเปลี่ยนเสื้อผ้า ห้องน้ำสะอาดกลับออกมานั่งเก้าอี้ทีว่างอยู่ รู้สึกง่วงจะหลับก็มีแขกอินเดีย เสียงดังมากเลยมานั่งใกล้ๆ ส่งเสียงน่ารำคาญจริงไม่เกรงใจ หลับไม่ได้เลย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *