Day 3 : 10.7.60 หมู่บ้านอัมบาริต้า บนเกาะซาโมซีร์

Selamat pagi (ซอลามัต ปากี) แปลว่า สวัสดีตอนเช้า ภาษาอินโดนีเซีย วันนี้ตื่นเช้า มีแสงส่องพาดมาที่หน้าต่างคิดว่าสายแล้วที่ไหนได้คือไม่ไดปิดไฟหน้าห้องนอน ขนาดนี้ตี 5.30 แต่ต้องตื่นไปเก็บภาพแสงอาทิตย์ยามเช้าทุกครั้ง  ที่รีสอรท์ Mas Cottages ในซาโมซีร์ Samosir นี้ติดริมทะเลสาบโทบา เมือง PARAPAT สวยงาม สดชื่นยามเช้าจริงๆ มีปลูกบ้านไม้หลังคาทรงสูงคล้ายเรือจั่วไว้ให้พักอีกด้วย เป็นแบบสไตล์ บาตัก (Batak) กลุ่มชนพื้นเมือง มีผู้นำเผ่าของตน ชาวบาตักนั้นมีความเชื่อที่ในเรื่องเวทมนต์ ภูตผี ปีศาจ คาถา แม่มด หมอผี วิญญาณ รวมไปถึงการกินเนื้อมนุษย์เป็นอาหาร จนชาวดัทซ์ล่าอาณานิคมมาจนถึงที่นี่ ได้เข้ามาเผยแพร่ศาสนาคริสต์ ทำให้หลังจากนั้นชาวบาตัก ได้เปลี่ยนความเชื่อมานับถือศาสนาคริสต์ และเลิกกินมนุษย์ ในปัจจุบันอาชีพที่ชาวบาตักยึดเป็นอาชีพหลักคือ การประมง งานหัตถกรรม และขายสินค้าให้นักท่องเที่ยว

เมือคืนนัดกันกับคนขับรถของเรา 10.00 น. รีบอาบน้ำแต่งตัวมาถ่ายแบบประชันความงามกันยามเช้า แล้วก็เดินไปทานอาหารแถวนี้ ไปมาก็เสียเวลาไปอีกกว่าจะได้ทานอาหารแต่ละอย่าง สั่งกันกระจายมองหน้าคนขับด้วยความเกรงใจอยู่นิดนึง โจเซฟต้องกางแผนที่ออกมาบ่นๆ บอกๆว่าเราต้องเดินทางอีกไกลแค่ไหน แต่อาหารร้านนี้ถูกใจอร่อยมาก สั่งทานกันหมดเกลี้ยง บุกเข้าหลังครัวสั่งกันเลย

เริ่มขนกระเป๋าขึ้นรถออกเดินทางไปไม่ไกลหรอกก็จอดเที่ยวหมู่บ้าน “อัมบาริต้า” (Ambarita) หรือ “อาณาจักรไวลากัน” ในอดีต และเป็นเกาะที่ตั้งอยู่กลางทะเลสาบโทบา ชื่อหมู่บ้านนี้แปลว่า ความมีชื่อเสียง มีหิน Stone Chairs ที่มีเรื่องราวเล่าว่าเป็นโต๊ะสำหรับใช้ในการกินคน โดยจะมีโต๊ะหินทั้งหมด 2 ชุด คนที่นั่งกินที่โต๊ะจะเป็นหัวหน้าเผ่าและบรรดาบุคคลสำคัญในเผ่ารอบๆ ที่นี่มีสัญลักษณ์รูปนมติดหน้าบ้านตามผนัง เขามีความเชื่อค่านิยมว่านมยิ่งใหญ่ยิ่งดี ใช้ในการเลือกผู้หญิงมาเป็นภรรยา จะดูนมเป็นหลัก เพื่อใช้เลี้ยงลูกหลายคน และสังเกตจะมีจิ้งจกเป็นสัญลักษณ์ ตามผนังเช่นเดียวกับนม หมายถึง การปรับตัวและมิตรภาพของชาวเกาะ


โปรแกรมต่อไปคือการซื้อ ทำตัวตามสบาย ความสุขของคนชอบต่อรอง ซื้อง่ายของคล่องเศรฐกิจดีกันถ้วนหน้า

คนเมดานอัจฉยาศัยดี ชอบร้องรำทำเพลง ตอนอยู่บนเรือข้ามฟากเฟอรี่ก็มีเด็กมาร้องเพลงให้ฟังแลกกับรูเปีย เล็กๆ น้อยๆ แต่กว่าจะได้เงินจากเรานี่คืนนั้นคงเพ้อไปทั้งคืน คงกลับบ้านไปเล่าให้พ่อแม่ฟังเป็นแน่ ว่าเจอนักท่องเที่ยวไทยแลนด์ บ้าดีเดือดกว่า จะเป็นความทรงจำกันและกันไปตลอด เมื่อได้มองภาพถ่ายก็อดยิ้มหัวเราะไม่ได้กับภาพต่างๆ ที่ได้เจอมา โลกนี้มีสิ่งดีและสิ่งเลวร้าย อยู่ที่เราเลือกจะจดจำ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *