Day 3 : 13.04.2018 ดูฉลามวาฬ ข้ามไป Sumilon Island

เพียงได้มองผืนเฉดสีน้ำทะเลสีคราม
หัวใจฉัน ก็ได้ดำดิ่งลงสู่ใต้ทะเลลึกไปแล้ว

 

เช้าตรู่นี้ทุกคนเว้นเราช่างภาพบนดินออกตัวชัดเจนเลย เขาจะไปดำน้ำถ่ายภาพกับฝูงฉลามวาฬกัน ไม่ต้องเดินทางไปไกลมากจุดล่องเรือไปชมอยู่ใกล้ๆ ที่พักนี่เอง ส่วนเรารอไป Sumilon Bluewater Island ตอนสายๆดีกว่า เห็นเรือลำเล็กเอียงไปมาแล้วใจหาย แม้จะใส่ชูชีพก็เหอะ กิจกรรมนี้เป็นที่นิยมดึงดูดนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากๆ เลย เห็นไกลๆ จากที่พักคนเต็มพื้นที่รอคิวลงเรือไปชมฉลามวาฬกันอย่างสนุกสนาน ก่อนลงเขามีกฎห้ามจับโดนฉลามวาฬ

และห้ามทาครีมกันแดดต่างๆ จะได้ไม่มีสารเคมีปนเปื้อน ใช้เวลากันไม่นานมากนัก ก็จบทริปชมฉลามวาฬ ปลาคงอิ่มว่ายกลับพรุ่งนี้มาใหม่จะดีมั้ยเนี่ยมีคนเสริฟอาหารให้ทุกเช้าทุกวัน ก่อนนั่งเรือไปเกาะ Sumilon พวกเราทานมื้อเช้าจิบกาแฟกันให้อิ่มหนำสำราญ ผู้คนคึกคักเดินกันวุ่นเลยตรงจุดที่จะลงเรือชมฉลามวาฬยังไม่ขาดสาย เมื่อเรียบร้อยคนขับรถตู้ให้รถสองแถวมารับพวกเราไปที่จุดลงท่าเรือนั่งไปเกาะ Sumilon Island ระยะทาง 3km. ประมาณครึ่งชั่วโมงได้ เป็นเรือแมงมุมแต่ใหญ่เพราะมีนักท่องเที่ยวมาก

ทันทีที่ใกล้ถึงจุดหมายน้ำทะเลสีครามล้อมรอบเกาะสีสดสะดุดสายตามาก ธรรมชาติท้องทะเลช่างสวยอะไรแบบนี้ ทุกคนต่างเดินออกจากเรือแวะถ่ายภาพที่ท่าเรือกันอย่างตื่นตากับสีสันของน้ำทะเล จนกลุ่มอื่นๆ เขาเดินออกไปจนไม่เห็นว่าเลี้ยวซ้ายขวาไปดำน้ำกันตรงไหน รีสอร์ทนี้สวยงามสงบ มีสระน้ำไร้ขอบเขต มีกิจกรรมดำน้ำดูปะการัง พายเรือคายัคให้อาหารปลา อ่อมีคนแอบไปนอนนวดน้ำมันด้วยบรรยากาศดีมาก

เมื่อถึงเวลาเที่ยงตรงได้เวลาอาหารสไตล์บุฟเฟ่ต์ เขามีป้ายเขียนห้ามตัวเปียกเข้าไปนั่ง 55 เราตัวแห้งจะรออะไรล่ะคนต่อคิวตักอาหารยาวเลย เพื่อนๆเราเล่นน้ำจืดทั้งน้ำเค็ม จนครบคุ้มกันจริงๆ ไม่ถึงเวลานาทีสุดท้ายไม่กลับ เป็นกลุ่มเดียวที่รีบวิ่งลงเรือ คนอื่นๆ เขาลงไปรอกลับแล้วเต็มเรือเลย อายมั้ย ไม่เลยบางทีมองนาฬิกาลืมบวกเวลาไป 1ชั่วโมง ที่เวลาเร็วกว่าไทย กลับถึงที่พักอาบน้ำแต่งตัวไปทานมื้อเย็นที่ร้านเดิมอีก พรุ่งนี้ต้องเดินทางไกลไปพักที่ Matig-a Seaside Pensione บนบนเกาะโบฮอล

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *