Day 4 : 14.04.2018 ช็อคโกแลตฮิลส์ โบโฮล

เช้านี้รีบตื่นมาให้ทันพระอาทิตย์ขึ้นตอนเช้า ฟ้าสว่างมากจริงๆ แค่ตี 5.15 นาทีเอง รีบหยิบกล้องแล้วเดินไปริมทะเล เพื่อถ่ายภาพแสงอาทิตย์ไว้ก่อนจาก เราพักที่ Cloud and Xky Beach ตั้ง 2 คืน วางเสื้อผ้าข้าวของเต็มพื้นที่ไปหมดต้องเก็บกระเป๋ากันยกใหญ่ เรียบร้อยแล้วลงไปทานอาหารเช้าและถ่ายภาพก่อนจากที่นี่ไปพักอีกเกาะ

คนขับรถมารับตามเวลาที่นัด พาไปเที่ยวตามโปรแกรมที่ Oslob Municipality Heritage Park เป็นป้อมปราการติดทะเล มีโบสถ์คริสเตียนอยู่บริเวณเดียวกัน Immaculate Conception Church เก่าแก่คลาสสิคมาก โครงสร้างใหญ่โตแม้จะถูกทำลายและเก่าทรุดโทรมตามกาลเวลา

แดดร้อนมากรีบถ่ายภาพกันก่อนขับเลยไปอีกไม่กี่เมตร เพื่อลงเรือข้ามไปเกาะ Panglao Island เรือลำเล็กไม่มีพนักพิงหลัง เมื่อยหลังมากจนต้องลงไปนอนราบกับพื้นกระดานไม้ เกาะปังเลาเป็นเกาะเล็กๆของจังหวัดโบโฮล

ที่เราต้องมาขึ้นที่นี้เพื่อจะเดินทางโดยรถผ่านทางสะพานต่อไปยังบนเกาะโบโฮล เรือค่อยๆแล่นช้าลงเพราะใกล้ถึงเกาะแล้ว น้ำใสแวววาวดั่งกระจกมาก มองทะลุโปร่งลงไปเห็นปลาดาวน้อยใหญ่เกาะแหวกว่ายสาหร่ายหลายๆ ตัว เพลินดีๆ เรือก็จอดนิ่งคือเรือไม่สามารถจอดเทียบที่ฝั่งหาดทรายแห้งๆได้ เอาแล้วไงเปียกจนได้ เราต้องถลกกางเกงขึ้นสูงเดินลุยน้ำไปถึงฝั่งอยากทุลักทุเลก็เปียกไปครึ่งตัว ไม่มีเวลาพอสำหรับเข้าห้องน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เพราะต้องรีบไปทานอาหารบนเรือล่อง Loboc River Cruise ภัตตาคารลอยน้ำ แม่น้ำ Loboc River จังหวัดโบโฮล ตามเวลา ช้าไม่ได้เวลาและสายน้ำกับเรือไม่รอพวกเรา

ถึงที่หมายใช้เวลานานเกือบ 1 ชั่วโมงรีบรับตั๋วแล้วเดินลงเรือที่จอดรอรับ หิวกันมาก เป็นอาหารท้องถิ่นบุฟเฟมีการแสดงดนตรีจากชาวบ้านริมน้ำเรือแล่นไปอย่างช้าๆ น้ำใสสีเขียวสวยดี แปลกตา เรือผ่านจุดต่างๆ สองฝั่งแม่น้ำมีต้นไม้ ผ่านบ้านริมน้ำ เรือชาวบ้าน พวกเราก้มหน้าก้มตาทานอาหารกันพร้อมดนตรีสดบนเรือ ที่คอยร้องขับกล่อมจนเรือแล่นถึงจุดที่มการแสดงของชาวบ้านเรียกว่า tinikling dance สนุกมากเลยเรือจอดเทียบ ให้เราได้ชมการแสดงเต้น ใช้ลำไม้ไผ่เป็นเครื่องเคาะจังหวะให้ยกขาสลับไปมาถ้าผิดจังหวะโดดไม้หนีบเท้าจบกัน จบการแสดงริมน้ำเรือเทียบแล่นออก ไม่นานเรือของเราก็กลายเป็นเรือสำราญจริงๆ

ด้วยนักท่องเที่ยวอิ่มหนำสำราญกับอาหารแล้วก็ลุกออกมาร้องเล่นเต้นกันอย่างสนุกสนาน ด้วยอนุภาพของดนตรีสามารถเชื่อมมิตรภาพให้คน ต่างชาติต่างภาษาต่างวัฒนธรรมกัน แค่มองตาก็ยักย้ายส่ายสะโพกออกมาเต้นกันแบบถ้าเรือไม่ถึงฝั่งจอด มีหวังเรือแตกเป็นแน่แท้เป็นมื้ออาหารและประสบกราณ์ที่ดีมากๆ ไม่รอช้าเมือถึงฝั่งคนขับสตารท์รถรอเพื่อจะรีบทำเวลาเหมือนเดิมพาเราไปอีกที่กลัวจะไม่ทันคือไปชมเจ้า tarsier ทาร์เซียร์ เป็นสัตว์ตัวจิ๋ว เลี้ยงลูกด้วยนมมีขนาดเล็ก คล้ายลิงแต่ไม่ใช่ลิง แต่ก็มีขนาดเล็กที่สุดในโลกพัฒนามาถึง 45 ล้านปี ยุคไอโอซีน มีถึง 9 สายพันธ์ พบมากที่เกาะสุมาตรา บอร์เนียว อินโดนีเซีย และหมู่เกาะฟิลิปินส์ มันน่ารัก จน มีบริษัทผลิตตุ๊กตานำมาเป็นต้นแบบผลิตเป็นชื่อ ตุ๊กตาเฟอร์บี้ Furby โด่งดังขายไปทั่วโลก ทาร์เซียร์จะชอบหากินตอนกลางคืน อาหารหลักของมันคือพวกแมลงต่างๆ เราเดินชมกันตามต้นไม้ที่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฟิลิปปินส์เขาเลี้ยงแบบปล่อยตาามธรรมชาติให้เกาะเองบนกิ่งไม้ ห้ามคนสิ่งเสียงดังรบกวน มีกล้องวงจรปิดคอยดูและ ออกจากที่นีอย่างรีบเร่งเหมือนเดิมไปเที่ยวอีกที่สุดท้ายของวันละ คือไปชมเจ้า ช็อคโกแลตฮิลส์ แห่งโบฮอล The Chocolate Hills

เป็นเนินเขาลูกไม่ใหญ่มาก ติดๆ กัน คลุมพื้นที่กว่า 50 ตารางกิโลเมตร มีจำนวน 1,700 กว่า ลูก ลักษณะคล้ายก้อนช็อคโกแลตกลมเล็ก ธรรมชาติช่างสร้างสรรค์ยิ่งนัก พวกเรายืนทั้งจิ้มทั้งหยิบช็อคโกแลคจนเบื่อล่ะ พระอาทิตย์เริ่มลับของฟ้าต้องกลับไปหาที่พักที่จองไว้สำหรับคืนนี้แล้วจะอยู่ในเมืองหน่อยๆชื่อ Matig-a Seaside Pensione

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *