28 Dec.56 เริ่มเดินทางไปพม่า

  วันเดินทาง ต่างคนต่างมาพร้อมกันที่ สนามบินดอนเมือง ผู้คนยิ้มแย้มแจ่มใสเมื่อถึงเวลาเริ่มออกเดินทางอีกครั้ง เราใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง บินสู่มัณฑเลย์ อดีตเมืองหลวงของพม่าโดยสายการบินแอร์เอเซีย และผ่านตรวจคนเข้าเมือง รับกระเป๋าแล้วรีบออกไปหาคนขับรถที่ติดต่อไว้เพื่อพาเราท่องเที่ยว สำหรับวันแรกที่พม่า

เจอแล้วคนขับรถคนที่ 1 สำหรับวันแรกที่พม่า

อาหารพม่ามื้อแรก เป็นกับข้าวสั่งมาเยอะ ข้าวสวยไม่อั้นเติมได้ตลอด

มื้อเย็นที่ ร้าน Golden Duck Restaurant อร่อยมาก เป็นร้านอาหารจีนขึ้นชื่อที่ย่างกุ้ง และมีเมนูเด็ดเป็นเป็ดย่างที่ห้ามพลาด

  สะพานอูเบ็ง  เป็นสะพานไม้สักทอดข้ามทะเลสาบตองตะมาน มุ่งตรงไปยังเจดีย์เจ๊าตอว์กยี เสียดายน้ำแห้งตอนที่ไปถึง กะเวลาไม่ถูกได้ภาพแค่นี้เอง

29 Dec.56 ล้างพระพักตร์พระมหามัยมุนี

   วันนี้ต้องตื่นแต่เช้าตี 3 เพื่อออกไปชมพิธีล้างหน้าพระมหามุณี ซึ่งเป็นองค์พระเก่าแก่คู่บ้านคู่เมือง 1 ใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์แห่งพม่า พิธีใช้เวลาประมาณ 1 ช.ม. คนเข้าพิธีเนืองแน่นด้วยความศรัทธา

โดยเจ้าอาวาสค่อยๆบรรจงพรมน้ำแปรงฟันเช็ดพระพักต์เบาๆอย่างช้าๆสังเกตว่าใช้ผ้าเยอะมากหลายผืน เป็นพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ที่สืบทอดกันมานับพันปี เสร็จพิธีเดินกลับออกไปขึ้นรถตู้ตามทางเข้าวัดมีของขายมากมายขนมแปลกๆ จะเน้นแป้งขาวๆเป็นแผ่นบางๆ น่ากินแต่ไม่ค่อยกล้ากินนัก
กลับถึงเกสเฮาส์ก็ได้เวลาอาหารเช้าพอดี จากนั้นก็ออกไปตระเวนเที่ยวต่อที่วัดชเวนันดอว์ shwenandaw monastery, เจดีย์กองมูดอว์, และข้ามเรือไปนั่งรถม้าเข้าชมเมืองอังวะ

วัดชเวนันดอว์  แปลว่าพระที่นั่งทอง วัดเก่าแก่ที่รอดจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ชาวพม่าเรียกกันว่า พระราชมณเฑียรทอง หรือ พระอารามชเวนันดอว์ สร้างด้วยไม้สักทั้งหลัง แกะสลักลวดลายอย่างวิจิตรงดงามทั้งภายในและภายนอก หลังคาทรงปราสาท 5 ชั้น

วัดเจดีย์กองมูดอว์ KaungHmuDaw Pagoda

จบการเที่ยวเย็นนี้ กลับถึงเกสเฮาส์ต้องรีบแพคเป้กระเป๋าสัมภาระใบใหญ่  เราพักแค่1คืน
เย็นนี้ต้องไปท่ารถทัวร์เพื่อนั่งต่อไปที่เมือง ยองชเว Nyaungshwe ประมาณตี 4

31 Dec.56 ทะเลสาปอินเล

วันนี้ตื่นเช้าตามเคยเพราะเมื่อคืนหลับสนิทจากที่เพลียกับการนั่งรถบัสที่หลับไม่ค่อยลง เช้ามาก็เริ่มเที่ยวตามโปรแกรมเลย  กว่าจะกลับเข้าโรงแรมก็เย็นและยังเปรี้ยวเดินเที่ยวงานวัดพม่ากันอีก

ห้องนอนโรงแรมนี้ไม่มีแอร์ อากาศอบอุ่น แต่ทันทีที่เปิดม่านมองไปข้างนอกตกใจ ยามเช้าขาวโพลนไปด้วยหมอกหนา และความหนาวเย็นกระทบมายะเยือกแต่ก็อาบน้ำสระผมด้วยน้ำเย็นๆ เป็นคนไม่ชอบอาบน้ำอุ่น หนาวสะใจไปเลย แต่งตัวเสร็จก็ขึ้นไปทานอาหารเช้าบนชั้น 2 ของโรงแรม มีก๋วยเตี๋ยว และขนมจีน เรียกว่า โมฮิงก้า Mohinga ขนมปัง กาแฟ แล้วแต่ใครจะทานอะไร อิ่มหนำสำราญก็เดินจากที่พักไม่ถึง 10 นาที ก็ถึงท่าเรือ ที่เราจะไปล่องทะเลสาปอินเลกัน เรือต้องเช่า 2 ลำ แบ่งให้เท่าๆ กัน เราบอกเลยว่ากลัวน้ำมากๆ แต่ก็รักและชอบแม่น้ำ ทะเลสาบ คลอง ชอบที่จะล่องเรือ แต่ขอใหญ่ๆ หน่อยมีชูชีพห่วงยางเยอะๆ ก็ดีไม่ว่าไร

โชว์การจับปลา แต่พอเรือผ่านเข้าไปเทียบถึง เสียเลยเงินจ๊าตพม่า

ในเดือนพฤศจิกายน หรือ เดือนดะส่องโมง เป็นเดือนหลังออกพรรษา สำหรับชาวพม่าแล้วเดือนนี้ถือเป็นช่วงฤดูกาลของการถวายผ้าจีวรของชาวพุทธพม่า จะจัดงานถวายจีวรในงานพีธีต่างๆ เช่น งานจีวรกฐิน งานจีวรจุลกฐิน งานจีวรบังสุกุล และ งานจีวรใยบัว ในการจัดทำจีวรใยบัวนั้น จะต้องทำเป็นพิเศษ ผู้ที่จะทำเส้นไหมใยบัวจะเป็นหญิงสาวพรหมจรรย์ จำนวนราว3๐ คน ชำระร่างกายให้สะอาด และต้องถือศีล 10 กล่าวกันว่าหากสาวใดไม่รักษาศีล มักจะทำให้เส้นใยบัวขาด

เช้านี้อากาศหนาวเย็นบรรยากาศขาวโพลน ทันทีที่เท้าเหยีบเรือ ใจหายวาบไม่สามารถบอกใครได้ นั่งหน้าสุดเพราะต้องการถ่ายภาพ ที่เก้าอี้มีร่ม มีผ้าห่มให้ห่มขาแต่ไม่รู้ไม่ได้มองกลัวจนไม่มองอะไร จนจบทริปนั่งเย็นชาขาไปหมดเพราะความหนาวเย็นที่ลมพัดโต้มากับเรือท่ามกลางสายน้ำ ใส่กางเกงขาสั้นด้วย ทะเลสาบแห่งนี้เป็นที่อยู่อาศัยของกลุ่มชนที่เรียกตนเองว่า ชาวอินทา (Intha) ชนเผ่านี้อาศัยอยู่ในทะเลสาบอินเลมานานนับร้อยปีแล้ว

โดยใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางการทำการเกษตรบนเกาะวัชพืชที่พวกเขาสร้างขึ้นมาเองกลาง ลำน้ำในทะเลสาบลักษณะอันโดดเด่นเฉพาะตัวของชาวอินตา คือการพายเรือด้วยเท้า วิถีชีวิตและธรรมชาติที่ลงตัวของเขาน่าประทับใจยิ่งนักกรุงเทพของเราเหมาะจะมาดูงานทีนี้

แม้จะอาศัยอยู่บนน้ำก็ยังทำการเกษตรลอยน้ำหาเลี้ยงชีพได้สบายๆแปลงผักลอยน้ำอินเล มีปลูกผักบุ้ง มะเขือเทศลอยน้ำ แตงกวา ถั่วฝักยาว และแปลงผักต่างๆ ล่องเรือจนเย็น แวะโน่นนี่หลายที่ขึ้นลงบนฝั่งกับเรือ จนหายกลัว สนุกมากวันนี้ หลังจากเทียววัดและเจดีย์มาหลายวัน เปลี่ยนอารมณ์บ้างอยู่บนเรือจนเย็นได้เวลาล่องกลับ ทั้งไปและกลับชอบมาก

นกนางนวลบินส่ง ไม่ใช่ไร ถ้าเรามีอาหารในมือ โยนไปบนท้องฟ้านกก็บินส่งตามไปด้วย รีบกดชัตเตอร์เร็วไวถ่ายภาพนกให้ได้ นกก็บินโฉบไวจริง นี่ถ้าไม่เกรงใจตัวเองนะ จะลุกยืนบนเรือหันซ้ายขวา ถ่ายภาพได้สบายเลย แต่ความจริงทำไม่ได้เค้ากลัวเรือล่มในหนองแล้วจะขึ้นบกได้อย่างไร 555 เรือถึงฝั่งพวกเราก็ไม่ลืมขอบคุณและถ่ายภาพเป็นที่  ระลึกคนขับเรือคนเก่งที่เป็นทั้งไกด์แนะนำสถานที่ต่างๆ ได้อย่างคล่องแคล่วหลายภาษาคนที่พม่าจะเป็น

เช่นนี้เสมอ ทุกคนต่างไขว่คว้าที่จะเรียนรู้ทั้งที่ส่วนใหญ่จะยากจน และถูกกีดกันเรื่องการศึกษา บางคนจบปริญาตรี แต่เขาว่าใบปริญญาไม่มีความหมายเลยในพม่า นักศึกษาส่วนใหญ่ที่จบปริญญาจะถูกกีดกันให้อยู่ทำงานนอกเมือง เราเดินกลับที่พักอาบน้ำเก็บกระเป๋าเตรียมเดินทางต่อไปเมืองบากันด้วยรถบัส สลับการเดินทางเช่นนี้วันเว้นวันที่ได้นอนบนเตียงนุ่มในโรงแรม จะเข้าพักที่ Thirin Sandar guest house เป็นย่านบากันใหม่ที่ใกล้กับจุดที่เราจะไปชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ทะเลเจดีย์ยามเช้าเพื่อเป็นการไม่เสียเวลาในการท่องเที่ยวในพม่าได้อย่างจุใจ คืนนี้เราจะได้เคาว์ดาวน์ต้อนรับปีใหม่ 2557 บนรถทัวร์ด้วยง่ะ TT

3 Jan.2557 พระธาตุอินทร์แขวน

การเดินทางใกล้สิ้นสุดละเที่ยวเพลินๆ เริ่มชินกับวิถีแห่งพม่า สำหรับเมือคืนนั่งรถทัวร์หรรษาเที่ยวสุดท้ายของทริปพม่าขึ้นไปบนรถเห็นว่าใหม่สะอาดดีแจกน้ำดื่มขวดใหญ่มาก กับแพ็คชุดยาสีฟันคนละ 1 ชุด แปลกดีไม่เคยเจอแบบนี่ แต่ว่ารถทัวร์พม่ามีแอร์ก็เหมือนไม่มีเปิดๆ ปิดๆ นี่ไม่ได้ปิด แต่ไม่ค่อยเย็นนัก แล้วคนขับหวังดีกลัวผู้โดยสารเบื่อเปิดคาราโอเกะเพลงพม่าแบบนะ..วิ่งไปไม่นานเขาก็แวะรับผู้โดยสารขึ้นมาตามรายทาง โอยๆ แบบว่ามีเก้าอี้เสริมตรงกลาง ขับไปหลายชั่วโมงก็แวะให้ลงเข้าห้องน้ำคนโดยสารลงรถหมดหรือบางคนไม่ลงแต่เขาก็ ล็อกรถด้วย

เพื่อความปลอดภัยของทรัพย์สินก็ดีเมือนกัน เขาหวังดีนะเนี่ยเมื่อถึงที่หมาย ย่างกุ้ง ในตอนเช้าตรู่ เหมือนถึงหมอชิตบ้านเราสมัยก่อนๆ รถวิ่งไปจอดสถานนี เราก็ลงเจ้าของรถตู้คุณไผ่กับคนขับรถคนที่ 4 ก็มายืนต้อนรับเราช่วยขนกระเป๋าใส่รถตู้ พาไปทานอาหารเช้า เช้ามากจริงๆ แล้วคนขับรถก็ยังใจดีพาเราไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าที่บ้านเขาพร้อมกับเลี้ยงของว่างกาแฟ ถั่วอย่างดีให้เรากิน ช่างมีน้ำใจมากมายกันทั้งครอบครัว รู้สึกเกรงใจมากๆ เลย
ไม่ลืมถ่ายภาพเก็บไว้และขอบคุณครอบครัวเขาก่อนจากมาเที่ยวตามทริปกันต่อสำหรับวันนี้


แรงศรัทธาของคนพม่า ที่พระธาตุอินทร์แขวน เป็นอะไรที่น่านับถือ เขาต้องไปให้ได้ทั้งที่มันลำบาก ต้องเบียดเสียดคนแน่นร้อนมาก ขอให้มีช่องว่างเล็กๆ ให้เสียบนั่ง ยืนอยู่บนรถ 6 ล้อที่ต้องขับสวนกันขึ้นเขาเลี้ยวหักศอกอย่างน่าหวาดเสียวเขาก็ไม่สนใจขอให้ได้ึขึ้นไปกราบไหว้พระธาตุอินทร์แขวน เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์สุงสุดของพม่า ชาวพม่าเชื่อว่าในหนึ่งชีวิตต้องมากราบไหว้พระธาตุอินแขวน 3 ครั้ง

ฉันได้ขอพร ให้ชีวิตได้มีแต่ความสุขสามารถเลี้ยงครอบครัว และคนที่ฉันรักได้อย่างมีความสุขและพอเพียง และขอให้ประเทศไทยจงสงบสุขคนชั่วโกงจงหมดไปเร็ววัน
ให้พม่าและไทยเป็นเพื่อนบ้านมิตรที่ดีต่อกันตลอดกาล

4 Jan.2557 ไปองค์เจดีย์ชเวดากอง

หลับสบายได้อีก บนเตียงนอนที่พักหรูสุดบนพระธาตุอินทร์แขวน เมื่อคืนเค้าท้องเสียไป 5 รอบ หาสาเหตุไม่ได้ว่ากินอะไรเข้าไปที่กินๆ มื้อล่าสุดก็อาหารร้านดูดีแท้ๆ จะโทษไก่ย่างตัวน้อย ครึ่งตัวที่น้องหมีแบ่งให้เมื่อคืนก่อนที่เร่ขายข้างรถทัวร์ก็ไม่น่าใช่ทันทีที่ตื่นรีบหันมองหน้าต่าง

มาแล้วแสงยามเช้าสีม่วงที่เส้นขอบฟ้า รอคอยแสงอาทิตย์จริงๆ ขึ้นมา ด้วยความตื่นเต้นเกิดมาไม่เคยได้นอน ชมพระอาทิตย์ขึ้นบนเตียงนอนแบบนี้ ห้องนี้ยอดเยี่ยมมากๆ จริงๆ ไม่นานนพระอาทิตย์กลมๆ ไข่ต้มสีแดงสดก็ค่อยๆ ขยายขึ้นแต่รวดเร็วมาก ทำให้ฟ้าสว่างทันที แต่ก็ยังดี รีบกดชัตเตอร์อย่างเร็วอาบน้ำแต่งตัวเตรียมเดินไปที่พระธาตุอินทร์แขวน อยู่ไม่ไกลจากนี่แค่ 5 นาที แต่ความเป็นจริง ทันทีที่ออกไปจากห้องพักโรงแรมคนเยอะมาก ส่วนใหญ่เป็นพม่า และนักท่องเทียว เยอะจอแจกว่าเมื่อวานทำให้กว่าจะเดินไปถึงพระธาตุอินทร์แขวน ต้องใช่เวลาฝ่าผู้คนไปด้วยความระมัดระวังจะชนกัน บางคนเดินไม่ไหวก็นั่งเสลี่ยงขึ้นมา แถมด้วยลูกหาบขนสัมาภาระกันวุ่นวาย คิดว่าแต่เช้าตรู่จะเปลี่ยวๆเงียบๆ ยังไม่มีคนขึ้นมา ที่ไหนได้เยอะกว่าตอนเย็นเมื่อวานอีก และที่พระธาตุอินทร์แขวนมีคนขึ้นมานั่งสวดมนต์ กราบไหว้กันเต็มไปหมด กว่าจะเดินเก็บภาพได้สวยๆ ก็ติดคนเดินผ่านไปมาถือเป็นสีสันแรงศรัทธา บางคนที่นอนบนนี้เมื่อคืนก็ยังนอนอยู่ บางคนตื่นแล้ว เต็มพื้นที่ระเนระนาดไปหมด บางคนมาเป็นครอบครัวปิคนิคไปเลย นั่งกินข้าวสวยขาวๆ กับอาหารเครื่องเคียงกันอย่างอร่อยมีความสุข เป็นภาพที่น่ารักบริสุทธิ์ ศาสนาก่อให้เกิดความศรัทธา เมื่อศรัทธาอย่างเดียวกันแล้วเกิดพลังแห่งความรักดีงาม สงบ น่าอัศจรรย์ยิ่งนัก

เราต่างเดินกลับทีพัก ก็เช่นเดิมต้องฝ่าผู้คนทีเดินสวนไปมาวุ่นวาย เข้าไปทานมื้อเช้า มีกาแฟ ขนมปัง กล้วย ข้าวผัดแล้วแต่จะสามารถสั่งได้แล้วมันมี รีบทำธุระส่วนตัวอย่างรวดเร็ว พร้อมกันหน้าโรงแรม พวกเราเดินกันไปที่รถหกล้อเหมือนเดิมที่นั่งมาเมือวาน แต่ช่างวุ่นวายกันไปหมด

ต่างยื้อแย่งกันขึ้นไปบนรถ ทำให้ต่างคนต่างลงกันมาเป็นกลุ่มๆ ขาลงใช้เวลานานมาก เพราะเขาบอกมาว่ามีรถสวนขึ้นมาอีกเป็น สิบๆ คัน แต่จริงๆ ดูเยอะกว่านั้น รถ 6 ล้อแวะจอดข้างทางให้รถวิ่งสวนขึ้นมาเรานั่งกันอย่างชาก้น เบียดเสียดกัน กว่าจะถึงพื้นราบ ภาพที่เห็นข้างหน้าคือ ประชาชนพม่าเยอะมากๆ มารวมอยุ่กันที่แห่งนี้ เขาต่างรอรถ 6 ล้อขาลงมา เพื่อเขาจะได้กระโดดขึ้นรถ 6 ล้อทั้งที่รถยังไม่จอดสนิทลูกเด็กเล็กแดง ผู้หญิงต่างกระโจนแย่งขึ้นรถ6 ล้อกันทั้งนั้นไม่กลัวอันตรายกันเลย ขอให้เขาได้ไปสักการะพระธาตุอินทร์แขวนวันนี้ให้ได้ โชคดีที่พวกเราไม่ได้เดินทางขึ้นมาพระธาตุอินทร์แขวน วันนี้ไม่งั้นคงแย่เลย มันวุ่นวายจริงๆ แดดก็เริ่มร้อนฝุ่นตลบไปหมด ขาลงรถตู้ของเรา ก็ต้องติดเพราะรถที่ขึ้นมาไม่ได้จอดกินเลนไป 2 เลน ใช้เวลาติดอยู่ทีนี่เป็นชั่วโมง คนขับเริ่มเบื่อๆ เราก็เบื่อด้วย ข้างทางทีรถจอดนิ่งกัน ใต้ท้องรถก็มีคนขับรถ เด็กรถ ปูเสื่อปูผ้านอนกันเลย เพราะมันขึ้นไม่ได้แล้ว คงได้แต่จอดนอนรอตรงนี้ ทำให้การจราจรที่ไม่มีกฎระเบียบเบียดเสียดแย่งกันลง กว่าจะหลุดออกไปได้อยู่นาน เส้นทางปกติ เริ่มหิวละ มือนี้ คนขับพาไปทานอาหารถูกใจมาก ที่สำคัญมีกาแฟเย็น มีน้ำแข็ง มี wifi อาหารสอร่อยถุกใจ พนักงานพูดไทยได้บ้าง กินจนอิ่มเสร็จออกเดินทางต่อใช้เวลานานมากกว่าจะถึงตัวเมืองย่างกุ้งที่เราจะไป

พระอาทิตย์ตกไปแล้ว เสียดายมากไม่ทันถ่ายแสงสวยๆ สีทองเหลืองอร่ามที่พระมหาเจดีย์ชเวดากอง แต่เราก็ไม่พลาดซื้อตั่วไปเข้าไปชมกัน ราคา 5 เหรียญต่อคน
สวยงามอลังการมาก เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวพม่านับถือสูงสุดเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวพม่าทุก แม้จะอยู่ไกลแสนไกลขนาดไหนการเดินทางจะลำบากยากเข็ญเพียงไรจะต้องเดินทางมานมัสการองค์เจดีย์ชเวดากอง ให้ได้สักครั้งหนึ่งในชีวิต
เดินเที่ยวจนหมดแรง เราก็เข้าที่พัก โรงแรมที่สุดท้ายสำหรับคืนนี้ทีพม่า พรุ่งนี้ต้องเที่ยวและเตรียมเดินทางกลับประเทศไทยแล้วจ้ะ