29 ธ.ค.47 ล่องน้ำโขงขึ้นหลวงพระบาง

ละเมอตื่นมาตอนตี 4 ครึ่ง นึกว่านาฬิกาไม่ตรง รีบเปิดม่านที่หน้าต่างออกไปดูข้างนอกยังมืดสนิทอยู่เลย นอนต่อ พอ 6 โมงเช้าก็ตื่นจริงๆ ไปเที่ยวชอบที่จะตื่นเช้าๆ แม้ขี้เกียจแค่ไหนก็ต้องตื่น ถือว่ากำไรชีวิต เวลาและพระอาทิตย์ไม่เคยรอใคร ตื่นมาดูบรรยากาศยามเช้า

เพื่อเก็บภาพหมอก เดินลงมาจากห้องพักก็เห็นตลาดยามเช้าคึกคัก  มีแม่ค้าและคนซื้อที่เป็นชาวบ้านและนักท่องเที่ยวอย่างเรา คงเป็นวิถีชีวิตปกติของคนที่นี่ มีของกินขายหลายอย่างแต่ที่เห็นชัด ก็มีผักสีเขียวๆ ที่วางขายอยู่เต็มตลาด ส้มสีส้ม แครอทน่ากิน หมูปิ้ง เนื้อทอด ขนมชั้นและอีกหลายอย่าง เรานั่งกินข้าวเหนียวหมูทอด กับก๋วยเตี๋ยวเฝอมีหมูสามชั้น ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ แล้วก็ซื้อขนมปังเรียกว่า บาเก็ต ขนมปังฝรั่งเศสที่แสนจะแข็งใช้ตีหัวแตกได้เลย ซื้อเผื่อไว้กินกลางทางยามหิว รีบกินๆ ใกล้เวลาที่จะต้องไปลงเรืออีกแล้ว

เสียดายถ่ายภาพได้น้อยยังไม่จุใจ เห็นหมอกยามเช้าปกคลุมลุ่มน้ำโขงสวยจับใจ แต่ต้องรีบวิ่งลงเรือ เพราะมีพวกฝรั่งและนักท่องเที่ยวคนอื่นเขาลงกันเกือบเต็มเรือแล้ว แต่กว่าเรือจะออกก็เกือบ 10 โมง แต่ยังดีเรือแล่นเร็วกว่าเมื่อวาน เราก็ชมทิวทัศน์ริมฝั่งแม่น้ำโขงทั้ง 2 ข้างทางถ่ายภาพภูเขา น้ำโขง ก้อนหิน จนเริ่มเบื่อ ไม่ถึงซะที จวบจนประมาณ 4 โมงครึ่ง เรือแล่นผ่านเมือง สังเกตมีบ้านเรือนและรถราวิ่งขวักไขว่ ผู้คนคึกคักตื่นตา เป็นสัญญานว่าถึงแล้วแน่

พอเรือจอดต่างคนต่างก็รีบแบกสัมภาระกันใหญ่ ยิ่งพวกฝรั่งเป้ใบใหญ่มากๆ คงมากันเป็นเดือน พอเหยียบขึ้นฝั่งก็มีพวกรถโดยสารมาแนะนำที่พักตรงโน้นตรงนี้  เราก็ไม่ปฎิเสธพาไปไหนก็ไป ไม่ใช่ไรหรอกกลัวที่พักเต็ม  สรุปเราก็ได้ที่พักในราคาคืนละ 160 บาท ไม่แพงเลย ข้างๆ ที่พักมีบ้านหลังหนึ่งปลูกดอกกุหลาบสีชมพูดอกใหญ่มาก ๆ เราเข้าไปขอถ่ายรูปกับคุณลุงเจ้าของบ้าน ท่าทางใจดี เขาตัดดอกกุหลาบให้ตั้ง 2 ดอกไว้สำหรับถ่ายภาพ

ขอบใจหลาย คนลาวที่นี่ช่างเป็นคนใจดีจริงๆ เข้าห้องพัก ต้องอาบน้ำแม้หนาวแค่ไหนก็ต้องอาบ แม่สอนไว้ตั้งแต่เด็กห้ามขี้เกียจอาบน้ำ ยิ่งช่วงฤดูหนาวต้องอาบ จากนั้นเดินเล่นที่ตลาดกลางคืนเป็นถนนคนเดิน มีของขายมากมายส่วนมากเป็นผ้าพันคอสีสวย ผ้าไหม ผ้านุ่ง โคมไฟ ของที่ระลึกต่างๆ คนขายที่เป็นแม่หญิงก็แสนจะงามๆ เพิ่งรู้จริงๆ ว่าสาวลาวที่นี่งดงามยิ่งนัก ไม่มีสีสันแต่งแต้มใดๆ  ถ้าเรามีตังค์แสนกีบก็หมดแน่เลยๆ อิๆ ใจอ่อนไหว แต่ไม่ค่อยมีพกอ่ะ เดินไปกินข้าวที่ร้านอินโดจีน เป็นอาหารไทย แต่งร้านสวยเป็นบ้านเก่าๆ ไฟสลัวๆ กินกันอิ่มหนำสำราญ 2 แสนกีบอ่ะ อาหารอร่อยมาก ๆ แม้ไม่ค่อยเผ็ดเปรี้ยวรสจัดจ้านเหมือนอาหารไทย

ยังไม่ง่วงเลยไปหาห้องพักสำหรับคืนพรุ่งนี้เพราะเราอยู่ที่นี่ถึง 3 คืน แต่ก็หายากมาก ส่วนใหญ่เต็มหมด เลยตัดสินใจพักที่เดิม 3 คืนก็ได้ มันก็ไม่ได้ไกลจากตลาดนัก คืนนี้เข้านอน 5 ทุ่ม นอนหลับที่หลวงพระบางแสนสบายอากาศหนาวเย็นจับใจ ราตรีสวัสดิ์

30 ธ.ค. 47 เช้านี้ที่ หลวงพระบาง

ยามเช้าวันนี้ ขอตื่นสายหน่อย เพราะคืดว่ายังไม่ไปใส่บาตร อยู่อีกตั้ง 2 วัน อาบน้ำแปรงฟันเดินออกไปดูตลาด อากาศช่างหนาวเย็นลมหนาวพัดโชย เหมือนฝนจะตก

ที่ตลาดก็มีของกินมากมาย มีผักสีเขียวๆ ถูกใจมากๆ  อยู่นี่ไม่อดเพราะชอบกินผัก และก็มีของแปลกๆ ขาย คือพวกนก งูหั่นเป็นท่อน ๆ สยอง ปลาตัวใหญ่ๆ มากๆ แต่เราก็กินไก่ย่างข้าวเหนียวเป็นอาหารเช้า

เสร็จแล้วเดินชมวัดไปทีละวัด จนไปถึงพิพิธภัณฑ์ พอดีพักเที่ยงมั้งเขาปิดไม่ให้เข้า มีเด็กชายลาวน่ารักคนนึงวิ่งมาแจกใบปลิวการแสดงในพิพิธภัณฑ์ และถามว่าพี่จะไปเที่ยวไหน คุยไปคุยมาพวกเราก็ชวนเด็กชายให้มาเป็นไกด์ลาวพาเที่ยวหน่อย เขาก็ยอมมาด้วยแบบว่าลาวใจง่าย วิ่งไปแก้ผ้าชุดลิงที่ใส่อยู่แล้วขออนุญาติแม่เพื่อมากับเรา เด็กชายคนนี้ชื่อว่า คีรีวงศ์ ถ้าฟังไม่ผิด พูดจาฉะฉานน่ารักซื่อๆ ประสาเด็ก พาเราเที่ยวทีละวัดพร้อมอธิบาย

ประหนึ่งไกด์ผู้ชำนาญ แล้วก็เดินเที่ยวรอบเมือง พอบ่ายก็ไปกินอาหารริมฝั่งโขง แล้วก็เดินต่อเลาะไปริมน้ำคานไปเรื่อย ๆ จนต้องแยกทางกันกับเจ้าคีรีวงศ์ ไม่ลืมให้เงินเล็กๆ น้อยกับเด็กน้อยก่อนจากกัน เราเดินไปเก็บภาพทิวทัศน์สวยงามริมน้ำคานหมอกปกคลุมขุนเขาข้างหน้า งามหลาย เห็นชาวบ้านกำลังตักไค เพื่อเอามาทำขนมใส่งาขาย เป็นสินค้ายอดฮิตที่เห็นหาบขายกันมากในเมือง เป็นวิถีชีวิตชาวบ้านริมน้ำโขงที่นี่ช่างเรียบง่าย ดูมีความสุขตามพอดีพอกิน ไม่ต้องร่ำรวยมากมาย ช่างเป็นชีวิตที่น่าอิจฉาเหมือนกันนะ

เราไม่ลืมที่จะถ่ายภาพทั้งกล้องและวีดีโอเก็บไว้ แต่อากาศวันนี้ไม่มีแสงแดดเท่าไหร่เลย ตกเย็นก็ไปกินข้าวในตลาด ทีนี้รู้แล้วว่าต้องไปกินอะไรที่ไหนเริ่มคุ้นเคย ที่ตลาดมีอาหารขายหลายอย่างส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวก็มาทานกันที่นี่ เราเพิ่งรู้ไง ไม่แพงนัก ชาวบ้านที่นี่ก็มีรายได้จากการขายอาหารง่าย ๆ ให้นักท่องเที่ยว มีเฝอ ผัดผักแล้วก็พวกปลาย่าง หมูเนื้อย่าง แล้วแต่จะเลือก เราก็เลือกกินร้านนึงที่เป็นอาหารพวกมัสวิรัตผัดผัก ให้ตักเองตามใจชอบ ไม่แพงด้วย แล้วดูแล้วน่าอุดหนุนมีคนแก่กับเด็กชาย ซึ่งน่าชื่นชม เด็กชายเด็กหญิงที่นี่ขยันขันแข็งกันตั้งแต่เด็ก ๆ หาเงินได้เองตั้งแต่เด็ก เป็นภาพที่งดงามน่าจดจำ ผู้คนที่นี่ก็ดูมีศิลธรรม ใจดี เวลาแค่ไม่ถึง 5 ทุ่ม เขาก็รีบเก็บของเข้าบ้านนอนกันหมด ไม่เหมือนกับบ้านเมืองเราที่ไม่เคยหลับไหล แม้กลางคืนดึกดื่นหรือใกล้เช้าก็ยังมีคนบนท้องถนนมากมาย ไร้ซึ่งความสงบ เป็นชีวิตที่ต้องแข่งขันกัน คืนนี้ รีบเข้านอนเพราะพรุ่งนี้มีนัดใส่บาตรเช้านะ