Day 5 Srinagar ล่องเรือ ทะเลสาบดาล

เช้าวันใหม่ตื่นมาบนเรือสำราญระดับ Extra Young Bombay House Boats นอนสบายมากเลย ปล.บ้านเรือเราสุดแสนดีไม่มีใครมาเยือน ก็ผนังเรียบสีน้ำตาล ห้องน้ำไม่มีฝักบัว มีแต่ถังพลาสติกให้เปิดน้ำร้อนน้ำเย็นผสมเอาเอง เตียงนอนไม่มีไฟฟ้าให้ความอบอุ่นก็ดีกลัวไฟดูดอ่ะนะ โต้ะอาหารเล็กๆ ไม่มีโคมไฟคริสตรัลหมุนๆ มีแต่คิดมาก ไม่มีสลักเสลา ทีวีคลาสิคซุกที่โต้ะไม้ ไม่ได้แบบแขวนผนังเหมือนบ้านเรือหลังโน้นไม่ รู้ว่าสีหรือขาวดำเพราะไม่ได้เปิดเลย คล้ายกับว่าเคยเห็นรุ่นนี้ตอนเด็กๆ แฟนฉัน พื้นกระดานเรือเดินทีเสียงดังเอี้ยดอ้าดกลัวถล่ม ไม่ได้ทำอะไรเลยนะ เบาสุดล่ะ และสุดท้ายไม่มีฮีตเตอร์ส่วนตัวแบบหิ้วพกพาเยย แต่พูดเลย นอนหลับฝันดีตลอดคืน ต่อกันเลยไม่ขอบ่นมากละขำๆ ยามเช้ารีบลุกออกมาเดินดูบรรยากาศรอบๆ บ้านเรือกลางทะเลสาบดาล ที่เมือคืนต้องแจวเรือเข้ามาดึกๆ มองอะไรไม่ค่อยถนัด

นกที่ทะเลสาบดาลนี่อ้วนท้วนสมบูรณ์มากๆ เลย คงมีความสุขกับอากาศดีๆ

บรรยากาศรอบทะเลสาบไม่หนาวมาก แต่ก็เย็นสบาย กว่าเมื่อ 2 วันก่อนที่อยู่พาลฮาลแกรมอันหนาวเหน็บ ต้องใส่ลองจอนและเสื้อผ้ากันหนาวหลายชั้น ยิ่งอ้วนๆ กันอยู่แล้ว ก็เป็นข้าวต้มมัดเลยล่ะ

แค่เราเดินออกมานอกเรือ พ่อค้าแขกแจวเรือเข้ามาที่ท่าตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ตะโกนถามว่า ไตแลง เออๆ ไตวายโวย พี่แขกทำหน้างงๆ คิดว่าคงทายผิด พูดใหม่อีกทีว่า มะเล็ดพันๆ เออเก่งว่ะ พ่อค้าแขกคนนี้คือเป็นเรือขายดอกไม้สด แกมีดอกไม้สดจริงๆ และมีเมล็ดสำหรับเอาไปปลูกด้วยดอกไม้ก็วางเต็มเรือไปหมดสีสันสวยงาม เชิญชวนให้เราซื้อ เราก็บอกประมาณว่าบ้านเราร้อนปลูกไม่ได้หรอก ไตแลงอ่ะเวรี่ฮอท แกรีบโต้กลับมาแปลเป็นไทยว่า ไตแลน ไตหวัน มาเลเชี่ย ปลูกได้จริงๆ เราก็ไปต่อไม่เป็นเลย ทำเป็นรู้ดี คือยังไม่พร้อมจะเสียเงินเลย เพิ่งตื่นนอนออกมาจะชมวิวซะหน่อย ไม่ยอมไปไหนะ พร้อมควักเอาแคตตาล็อกดอกไม้ออกมาด้วยอีก งงเลย มีแคตตาล็อคด้วย มีพันธ์ไม้นานาชนิด บังเอิญเป็นคนชอบปลูกบัวอยู่แล้ว เลยแกล้งถามว่ามีมั้ยโลตัสๆ พี่แกก็่เปิดกล่องเหล้ก พร้อมซองใส่เม็ดบัวออกมาก อ้าวซวยละได้เสียเงินแหง๋ แกล้งบอกไปเอาสีเหลืองนะ เยลโลๆ สีอื่นไม่ชอบ พี่แกก็ล้วงไปในกล่องเหล็กอีก แฮฟเยลโลโลตัสอ้าว สีชมพูละ แกก็มี พร้อมล้วงออกมาโชว์เลย สีฟ้า สีม่วง สีชมพู สีขาว เอาเป็นว่ากูมีหมด ไม่ต้องถาม แล้วสรุปมันต่างกันด้วยนะ

เมล็ดแต่ละสีรูปทรงต่างกัน แต่ว่ามันจำได้ไงหว่าสีอะไรๆ อันไหนบ้าง เออจบกันควักเงินซื้อจนได้ พอดีนะที่มีติดตัวในกระเป๋ากล้องแต่ต่อราคาจาก 200 รูปี เป็น 100 รูปี พี่แขกต้องยอม ก็หวังว่ากลับเมืองไทยแล้วหาวันฤกษ์งามยามดี จะเอาเมล็ดพันธ์ ไปปลูกแล้วจะรอดูว่ามันเป็นเมล็ดพันธ์บัวจริงๆ หรือเปล่า เรื่องสีคงไม่หวังว่าสีอะไรแน่ ขอให้มันขึ้นเถอะๆ ไว้มาดูกันนะ แสงแดดเริ่มทอแสงกระทบผิวน้ำ ก็ถ่ายภาพพ่อค้า ดอกไม้ นกกระยางที่มาเกาะ บนตอไม้อย่างเพลิดเพลิน ยิ่งสาย ยิ่งเริ่มมีพ่อค้าแจวเรือมาเทียบตะโกนขายสินค้า เท่านั้นยังไม่พอ ขึ้นมาบนเรือของเราเลย ทำการวางของเปิดหน้าร้านเต็มไปหมด ต้องหนีเข้าบ้านเรือไปรับประทานอาหารเช้าดีกว่า อยู่นานมีแต่แพ้กับแพ้ ต้องซื้อซะอย่าง เป็นคนใจอ่อน.. มื้อเช้าแรกที่บ้านเรือ คือ ไข่เจียว+ขนมปัง+ข้าวต้มใส่เกลือ ขอบายกินแต่ขนมปังกะไข่ ที่กินได้สำหรับตัวเอง กินเสร็จโปรแกรมวันนี้คือจะไปทุ่งดอกทิวลิป ที่สาวๆ รอคอย วู๊ ดอกไม้เฉาแน่วันนี้ พ่อ umer บอก 2 วันก่อนก็พากรุ๊ปคนไทยไปชมดอกทิวลิปมา รับประกันว่าสวยพวกเราต้องชอบแน่เลย ทำการนั่งเรือซิคาร่า กันไปลำละ 4 คน ใครไปก่อนก็ไปรอบนฝั่ง แค่ขึ้นฝั่งก็มีแต่พ่อค้ามา ไม่มีแม่ค้านะ คนอินเดียผู้หญิงจะไม่ออกมาทำงาน น้อยมากที่เห็น ก็เข้ามาขายของกันชุลมุนสาวๆ กลุ่มเราก็ช่างซื้อง่ายขายคล่องกันเหลือเกิน ได้ของมาเรื่อยๆ วิ่งขึ้นรถหัวเราะคิกคัก แต่ไกด์พ่อ umer จะพาเราไปไหว้สิ่งศักดิ์บนเขาก่อนเห็นว่าเป็นวัดแต่ด้วยระยะทางไกล เลนถนนแคบมากและเป็นเหวหวาดเสียว

รถขาลงกลับขาขึ้นสวนกันแทบไม่ได้ทำให้การจราจรข้างบนนี่นิ่งสนิท คนขับรถต้องลงไปเดินสำรวจทาง ยกหิน ถอดฝาครอบล้อออก เพื่อจะได้ทำให้ผ่านจุดนี้ไปได้ เล่นเอาใจระทึกกันเลย ว่าจะไปยังไง พี่แขกจะตีกันมั้ย ต่างคนต่างก็จะไป แต่มันไม่สามารถสวนกันได้ง่ายๆ ต้องชำนาญมากที่จะหักพวกมาลัยให้รถไม่เบียดกัน แต่รถบัสของเรานี่ดิเบียดเสียดสีกับกิ่งไม้ไปหลายกิ่ง ก็ต้องยอมกันไป รถที่อินเดียแทบไม่มีคันไหนที่ไม่มีร่องรอย ที่เห็นบนท้องถนนเขาจะไม่สนใจกันเรื่องรถ ขอให้รถวิ่งได้ แตรไม่เสียเสียงดังเป็นพอ ความเงางามของรถช่าง บางคันงงมากพับกระจกมองข้างไปเลยเพื่อให้รถไม่ยื่นออกมาเวลาจะเบียดจะแทรกกันระหว่างที่รถเยอะๆหนาแน่นบนท้องถนน ใช้เวลาอยู่นานรถถึงผ่านขึ้นเขาไปได้ด้วยความโล่งใจ คนขับแวะจอดตรงจุมวิวถ่ายภาพให้เราลงไปผ่อนคลาย จากจุดที่ยืนเห็นวิวข้างล่างลิบๆ พอจะเดาได้ว่า ที่เป็นทะเลสาบและบ้านเรือที่เราพักอยู่ตรงไหน

พ่อ umer บอกว่าข้างบนขึ้นไปได้ไหว้ศักการะแต่ห้ามถ่ายภาพ เท่านั้นเองเราก็ไม่เอาดีกว่ามันเสียดายนี่นา มาแล้วก็อยากถ่ายภาพกลับไปชื่นชม ก็เลยตัดสินใจลงกันหมดเพราะมาถึงที่จุดชมวิวนี่ก็สวยแล้ว กลัวขาลงด้วยว่าจะลงได้ปกติหรือเปล่า กลัวการจราจรข้างบนเป็นแบบเมื่อกี้ที่ผ่านมา แต่เราก็ลงได้อย่างสบายคงเพราะมันสายแล้วไม่มีใครสวนขึ้นมา ขับไปอีกไม่ไกลก็ถึงที่หมายวันนี้ ทุ่งทิวลิป กับมวลดอกไม้สีสันสดสวย ทุกคนคงชอบกันมาก ถ่ายภาพกันอุตลุด

ที่นี่เพิ่งมีงาน เทศกาลดอกทิวลิปบาน ไม่กี่วันที่ผ่านมา จะจัดในเดือนเมษายนของทุกปี ดอกทิวลิปที่นี่ มีหลากหลายสายพันธุ์ สำหรับคนที่ชอบดอกทิวลิปก็คงจะถูกใจกันไปตามๆ กัน

ผู้หญิงยังไงก็ชอบดอกไม้อยู่แล้วเน้อๆ วันนี้โชคดีอากาศไม่ร้อนทำให้เดินชมดอกไม้กันสบายๆ แม้ฟ้าไม่สวยใส แต่ดอกไม้สวยสดก็พอใจมี

สวนสไตล์โมกุล (Mughal Gardens) ซึ่งภายในสวนมีการประดับตกแต่งในแบบสไตล์เปอร์เซีย มีสระน้ำ ลำธารและแปลงไม้ดอกไม้เมืองหนาวนานาชนิด ชื่นชมถ่ายภาพเสร็จก็เดินกลับออกมาที่รถ จบโปรแกรมการเที่ยววันนี้ด้วยการช็อปปิ้งที่ตลาดแถวๆ ท่าเรือ แต่แวะทานอาหารกันก่อนที่ร้านอาหารสไตล์จีนอินเดีย ชื่อร้าน Lhasa Restaurant ที่นี่มี wifi แต่เสียเงิน แต่ก็เล่นไม่ค่อยได้

บรรยาศเริ่มสลัวๆ มีฝนโปรยปรายโชคดีที่ไปทิวลิปมาแต่เช้า ไม่งั้นอดถ่ายภาพกันต้องวิ่งหลบฝนแน่เลย พวกเราสั่งอาหารมากินเต็มโต้ะ เมนูที่กินได้คือ แกะ แพะอิๆ ข้าวผัดแพะ แกะ แกงไก่เครื่องเทศรสจัด ผัดหมี่ซั่ว จาปาตี อิ่มเลย แต่ฝนตก จากนั้นคิดว่าใครอิ่มง่วงนอนก็จ้างเรือซิคาร่ากลับไปนอนเล่นกันก่อน ฝนซาค่อยออกมา shopping กันใหม่แต่เรายังไม่กลับ เราสามสี่คนเดินดุ่มๆ ท่ามกลางสายฝนบางๆ เดินไปที่จุดที่เป็นไปรษณย์ลอยน้ำ คืออยู่ในเรือนั่นเอง เพื่อซื้อแสตมส่งโปสการ์ดกลับเมืองไทย เดินออกมาฝนเริ่มหยุดตกทำให้ไม่ต้องกลับบ้านเรือละ ยิ่งไปกันใหญ่ เดินๆๆ แล้วก็เดิน shopping กันจนค่ำมืด เหนื่อยมากเลยสำหรับเราแบกกระเป๋ากล้องก็หนักเหมือนกัน

กว่าะเข้าบ้านเรือก็มืดอีกแล้วเริ่มหิวด้วยกลับไปอาหารยังไม่พร้อมเลย ต้องไปช่วยกันทำอาหารในครัวของบ้านเรือ แม่ umer ก็ยอมให้พวกเราไปวุ่นวายในครัวได้เพื่อปรุงอาหารเอง อดไม่ได้จะถ่ายภาพกันเก็บไว้ตอนทำอาหารกันอย่างสนุกเสียงดัง เผลอไปถ่ายภาพน้องสาว และแม่เขา จนลืมจารีตประเพณีอันโบราณเก่าแก่ของผู้หญิงอินเดียไป จนแม่เขาเอ่ยปากห้ามเอาไปโพสในเนตนะ ฉันไม่ชอบ เป็นข้อห้ามดูกันเองได้ เท่านี้เองพวกเราเลยหยุดถ่ายกันฉับพลัน ไม่คิดว่าจะเจอกับตัวเอง เป็นเรื่องจริงที่น่าเศร้าของผู้หญิงอินเดียที่ห้ามออกหน้าออกตาในสังคม สารพัดเรื่องราวที่ไม่มีเสรีภาพ กฏเกณฑ์เรื่องศาสนา วรรณะ และฐานะทางสังคม แต่เป็นประเพณีต้องจำยอม อาหารค่ำมื้อนี้ ปูหั่นผัก บอมผัดผัก ใส่เกลือน้ำตาลนิดๆ หวานๆ เค็มๆ อร่อยๆพอแหลกได้ดีๆ..555 คืนนี้เข้านอนแบบหลับเป็นตายๆ เที่ยวเหนื่อยไปป่ะฝันดีที่เรือทาสเอย